วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 นาฬิกา พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุรินทร์ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา พร้อมด้วย นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุรินทร์ โฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ,นายกมล ยุกต์วัฒนพงศ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา,นายลาภิศ นามไพร ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา,นายธีรภาพ ปลาดลาภ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะอนุกรรมาธิการกิจการตำรวจ การป้องกัน และแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ประจำตัว สว.รุจิภาส มีกุศล,นายนพรัตน์ กิ่งแก้ว ผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกวุฒิสภา นายรุจิภาส มีกุศล และคณะทีมงาน สว. สุรินทร์
โดยสมาชิกวุฒิสภาพร้อมคณะได้เดินทางไปยังโรงสีข้าวของกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์บ้านยะสุ ตำบลตระเปียงเตีย อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาต่าง ๆ และข้อเสนอของกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทร์บ้านยะสุ และกลุ่มเกษตรกรปลูกพริกบ้านยะสุ โดยมี นายฐวัฒน์ ช่วยชูวงษ์ นายอำเภอลำดวน พร้อมด้วยนายศิริบูรณ์ ดวงแว่ว เกษตรอำเภอลำดวน นายสมศักดิ์ บุญยืนประธานกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์บ้านยะสุ ผู้นำชุมชน และเกษตรกร ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนปัญหาด้านการตลาด ข้อจำกัดของต้นทุนการผลิต และการขาดแคลนแหล่งน้ำในการปลูกข้าวอินทรีย์ ซึ่งคณะ สว.สุรินทร์ จะนำข้อมูลที่ได้รับไปปรึกษาประธานวุฒิสภาเพื่อเสนอให้รัฐบาลประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดการสนับสนุนและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
นายฐวัฒน์ ช่วยชูวงษ์ นายอำเภอลำดวน กล่าวว่า กลุ่มเกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่มีเนื้อที่ร่วมพันไร่ นำโดย นายนายสมศักดิ์ บุญยืน ประธานกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์บ้านยะสุ มีสมาชิกประมาณ 40 ครัวเรือน ได้ปลูกข้าวอินทรีย์ ได้ผลผลิตที่มีมาตรฐาน ทางอำเภอจึงต้องการเห็นความก้าวหน้าและเติบโต มีผลผลิตที่ยั่งยืน มีคนที่สนใจเข้ามารวมกลุ่มมากขึ้น เพราะว่าการทำเกษตรอินทรีย์เป็นสิ่งที่ปลอดภัยต่อร่างกายด้วยและได้ราคาดีกว่าปลูกข้าวด้วยสารเคมี และมีความปลอดภัยต่อชีวิต
นายสมศักดิ์ บุญยืน ประธานกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์บ้านยะสุฯ กล่าวว่า กลุ่มเรามีสมาชิกประมาร 40 กว่าคน พื้นที่ประมาณ 1,400 ไร่ อินทรีย์แท้ ๆ ประมาณ 800 กว่าไร่ และพึ่งปรับเปลี่ยนประมาณ 400 ไร่ ปัญหาที่พบคือ เกษตรกรส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุที่มาเกษตร เครื่องจักรเครื่องไม้เครื่องมือไม่เพียงพอ เช่น ช่วงที่ตากข้าว ฤดูกาลเปลี่ยนไป ทำให้ตากข้าวเสร็จ ถูกฝนเกิดความเสียหาย ซึ่งทางกลุ่มก็อยากได้เครื่องอบข้าวและเครื่องยิงสี อย่างน้อยจะเป็นการต่อยอด ของผลผลิตที่ได้ผลดีอยู่แล้ว ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรเพิ่มมูลค่ามากขึ้น ส่วนเกษตรกรที่สนใจอยู่แล้ว ก็จะเข้ามาร่วมกับกลุ่มของเรามากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันไม่มีเกษตรกรรุ่นใหม่ มีแต่ผู้สุงอายุ จึงอยากได้เครื่องมือที่เหมาะสมมาช่วยกลุ่มของเรา ซึ่งจะสามารถยกระดับไปอีกขึ้น สามารถเพิ่มพื้นที่เพิ่มประชาชนหรือจำนวนเกษตรกรที่มาทำเกษตรอินทรีย์มากยิ่งขึ้น กลุ่มเราก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 53 ทำมาสิบกว่าปีแล้ว ทั้ง เมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ ส่งขายหลายแห่ง ส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวขายให้กับเกษตรกรทั่วไปและต่างจังหวัด ที่สนใจปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ ส่วนข้าวบางส่วนที่เป็นข้าวอินทรีย์ ก็มีประชาชนที่สนใจซื้อไปรับประทาน ซึ่งผลผลิตยังไม่เพียงพอ เพราะยังขาดเครื่องมือ ทำให้เราสูญเสียโอกาสที่จะมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค โดยทางกลุ่มเรามีผลงาน อาทิ PTS สุรินทร์ และใบรับรองจากรมการข้าว ,ใบรับรองจาก GI สุรินทร์,ใบรับรองจาก EU หรือ สหภาพยุโรป และใบรับรองจาก IFOM ก็ฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรข้าวอินทรีย์บ้านยะสุ ด้วย เพราะยังไม่มีความพร้อมมากนัก ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือที่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องของแหล่งน้ำทางการเกษตร ที่สำคัญที่สุดของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ ประธานกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์บ้านยะสุ กล่าว
พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุรินทร์ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา กล่าวว่า คณะสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์ หลายคนพร้อมใจกันลงพื้นที่แต่ละอำเภอเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอของประชาชนอย่างใกล้ชิด ทำให้รับทราบปัญหาในพื้นที่โดยเฉพาะเกี่ยวกับข้าวอินทรีย์เมืองสุรินทร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นของดีเมืองสุรินทร์ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศและทั่วโลก แต่เมื่อลงพื้นที่มาดูและรับฟังเสียงสะท้อนจากเกษตรกรยังพบปัญหาอีกมาก ในเรื่องการส่งเสริมและพัฒนา เนื่องจากทุกวันนี้ประชาชนเริ่มให้สนใจเรื่องของสุขภาพ คืออยากกินข้าวอินทรีย์ แต่จะเป็นอินทรีย์อย่างไรให้ทุกคนปลอดภัยและเชื่อมั่น จึงลงพื้นที่มาที่ ดังนั้น ทางคณะสมาชิกวุฒิสภาจะนำปัญหาทั้งมวลเสนอต่อรัฐบาลให้ยื่นมือเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงแก้ไขด้านเศรฐกิจให้มีความกินดีอยู่ดี เมื่อประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดจะไม่เกิด ทั้งนี้ นอกจากหมู่บ้านแห่งนี้จะปลูกข้าวอินทรีย์แล้ว ยังมีการปลูกพริกส่งขายทั่วประเทศอีกด้วย ซึ่งสิ่งใดที่ทางสมาชิกวุฒิสภา จะส่งเสริมพี่น้องประชาชนได้ ยินดีที่จะลงมาเพื่อสนับสนุนพี่น้องประชาชน
ด้านนางนอน เหลืองทอง อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 บ้านยะสุ กล่าวว่า ขอวอนให้รัฐบาลมาช่วยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ให้มีผลผลิตขายได้ราคาสูง ๆ และไม่ให้นายทุนกดราคาข้าว ขณะนี้ ชาวนาลำบาก เป็นหนี้ ธกส.จำนวนมาก จึงอยากได้เครื่องอบข้าว เครื่องยิงสีข้าวคัดเมล็ดข้าว และแหล่งน้ำในการทำนาข้าว จึงขอฝากปัญหาดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรีด้วย





















