ชีพจรการเมืองแต่ละขั้วแต่ละพรรค เริ่มออกลีลาพลิ้วไหวเรียกคะแนนเสียง กักตุนเสบียงกันไว้แล้ว
เพราะเท่าที่วิเคราะห์เจาะดู สมรภูมิศึกเลือกตั้งคราวนี้...หนักแน่!
กลยุทธ์หาเสียง ไม่ว่าคัมภีร์เทพ หรือ วิชามาร งัดกันออกมาใช้ “เจาะยาง”ฝ่ายตรงกันข้าม ตั้งแต่ระฆังเลือกตั้งยังไม่ถูกตี
“ เอ้- มีชัย อินทร์พิทักษ์” กุนซือมือวางแผนยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ของเมืองพัทยา และพื้นที่อำเภอบางละมุง อาจเรียกได้ว่าเป็น “เบอร์ต้น”ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก็คงไม่ผิดนัก
วันก่อน เพิ่งโดนหย่อน “เฟคนิวส์”ใส่ แต่ไม่ระคายผิว ริ้วรอย แม้เท่ารอยแมวข่วนก็ยังไม่มี!
สืบสาวประวัติ “เอ้-มีชัย อินทร์พิทักษ์” เป็นนักธุรกิจไฟแรง ระดับแถวหน้า ที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของเมืองพัทยา และเป็นน้องชายสุดรักของท่านนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ 2 สมัย “ วินัย อินทร์พิทักษ์” และ “แมน อินทร์พิทักษ์” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “สจ.แมน” ซึ่งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี
ศึกเลือกตั้งในต้นปีหน้า 8 กุมภาพันธ์ 2569 อันใกล้นี้ จับความเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่า “แมน อินทร์พิทักษ์” เปิดตัวสวมเสื้อ “พรรคภูมิใจไทย” ลงชิงชัยในเขตเลือกตั้งที่ 9 พื้นที่ตำบลหนองปรือ ซึ่งถือว่ามีความได้เปรียบ เพราะเป็นถิ่นเกิด
“สจ.แมน” ทำงานสัมผัสกับชาวบ้านในพื้นที่ เริ่มมาตั้งแต่เป็นสารวัตรกำนัน ก่อนจะเป็นสมาชิกสภา อบต. และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ ตำแหน่งหลังสุด เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี
อย่างที่บอก “เอ้ มีชัย”เขาคือมือวางแผนกำหนดยุทธศาสตร์ ด้านต่างๆในการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งวางกลยุทธ์หาเสียง ส่งพี่ชายคนโต “วินัย อินทร์พิทักษ์”เข้าไปนั่งเก้าอี้นายกฯเมืองหนองปรือ ถึง 2 สมัยติดต่อกัน
นอกเหนือจากนี้ เขายังเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ของนักการเมืองหลายต่อหลายคน รวมทั้ง “เดอะเบียร์-ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์”นายกเมืองพัทยาคนปัจจุบัน เลือกตั้งล่าสุดชนะคู่แข่งท่วมท้น พาลูกทีมลอยลำเข้าสภาฯกวาดเกลี้ยงยกทีม 24 ที่นั่ง
ด้วยฝีมือวางกลยุทธ์หาเสียงของ “เอ้- มีชัย อินทร์พิทักษ์” ที่อ่านเกมคู่ต่อสู้ทะลุปรุโปร่ง ดั่งคำพูด “ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ของ “ซุนวู” จอมปราชญ์แห่งสนามรบ ผู้เขียนตำราพิชัยสงครามอันลือลั่น
“เอ้ มีชัย”เคยพูดหลายครั้ง “ไม่เล่นการเมือง” แต่เพราะการเมืองเป็นเรื่องของประชาชน การเมืองคือเรื่องใกล้ตัว ทุกเรื่องในชีวิตมีการเมืองเข้ามาแทรกเป็นยาดำตั้งแต่เกิดจนตาย ถึงแม้ว่าจะประกาศไม่ขอเป็นนักการเมือง
แต่เขาเลือกสร้าง “การเมืองสะอาด” สนับสนุนคนดี คนที่มีความสามารถ ให้เข้ามาบริหารบ้านเมือง ช่วยพัฒนาท้องถิ่น คือสิ่งที่ “เอ้-มีชัย” ทำมาตลอด
การศึกอันใกล้ถึงนี้ จึงต้องรับบท “หัวหมู่ทะลวงฟัน” นำพาพี่ชาย ไปสู่เส้นชัยที่อยู่ปลายสนามรบอีกฟากให้สำเร็จดังหวัง
ประกอบกับ การจับมือของ 2 บ้านใหญ่ หันหน้ากลับมาจูบปากกัน เหมือนเก่า “สุชาติ ชมกลิ่น” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ “บิ๊กแป๊ะ”สนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, ประธานที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา และนั่งหัวโต๊ะ “กลุ่มเรารักษ์พัทยา” โดยมี“เอ้- มีชัย อินทร์พิทักษ์” เป็น“แกนนำ”ศูนย์ประสานงานในเขตเมืองพัทยา และพื้นที่อำเภอบางละมุง
สนามเลือกตั้งชลบุรี จึงถือเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่มีเดิมพันสูง แพ้ไม่ได้! ผนวกกับคำประกาศ“ทวงคืน” เก้าอี้ ส.ส.ชลบุรี ทุกเขตกลับมา เป็นการส่งสัญญาณจาก “บิ๊กแป๊ะ” และ “บิ๊กเฮ้ง” สองแม่ทัพสีน้ำเงิน แห่งสำนักพลังบูรพา
สร้างความน่าสะพรึง เขย่าต่อมหลอน ให้คู่แข่งได้ไม่น้อย!
วิชามารเตะตัดขา “เอ้-มีชัย” จึงถูกล็อคเป้า โดยใช้ “สื่อ”เป็นเครื่องมือ ทำลายล้างชื่อเสียง ในห้วงเวลาก่อน “ลั่นกลองรบ” ไม่นาน!
ข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. บุกเข้าจับกุมชาวจีน 5 คน ตั้งวงเล่นไพ่สามกอง ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง ช่วงเย็นของวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
กลับกลายเป็นว่า เพจข่าวสำนักหนึ่ง หยิบข่าวไปละเลงบนออนไลน์ กลายเป็น “หนังคนละม้วน” บิดเบือนข้อเท็จจริง พาดพิงถึง “เสี่ยเอ้” สร้างความเสียหายทำให้ผู้คนเข้าใจผิด กระจายว่อนโซเชียลฯ
แถมยังถูก “อวตารส้ม”แคปหน้าเพจข่าว เอาไปแขวนในเฟสบุ๊คส่วนตัวที่เปิดสาธารณะ ให้สาวกขับ “รถทัวร์”ไปจอดเต็มลาน เพื่อทำลายชื่อเสียงหวังผลทางการเมือง อย่างน่ารังเกียจ!
“ เอ้-มีชัย” นิ่งเฉยอยู่ไม่ได้! จำต้องออกมาโต้เกมสกปรก!
โพสต์ยืนยันว่า ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพนัน เว็บพนัน สแกมเมอร์ หรือกลุ่มจีนเทาใด ๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน พร้อมระบุว่า อาคารที่ถูกนำมาใช้ประกอบข่าวไม่ใช่อาคารของตน และไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ผิดเพี้ยนจากข้อเท็จจริง
เรื่องทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ไม่ยาก และขอเรียกร้องให้สื่อทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ ยึดข้อเท็จจริง ไม่บิดเบือนข้อมูลไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม พร้อมแสดงความเสียใจต่อการ ถูกกล่าวหาโดยปราศจากข้อมูลอันเป็นที่ประจักษ์
อีกทั้ง “เอ้-มีชัย อินทร์พิทักษณ์” ยังได้ตั้งข้อสังเกต ต่อกรณีที่นักการเมืองบางราย นำข่าวดังกล่าวไปแชร์ และแสดงความคิดเห็น โจมตี โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่า เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และสะท้อนปัญหาการเมืองในลักษณะเตะสกัด หรือ กลั่นแกล้งกันทางภาพลักษณ์ มากกว่าการแข่งขันเชิงนโยบาย
“การแข่งขันทางการเมืองไม่ควรใช้วิธีผลักคนอื่นให้ล้ม แต่ควรพัฒนาศักยภาพของตนเอง และสร้างคุณงามความดี ให้ประชาชนได้เห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตัวผมเองได้พิสูจน์ด้วยการทำงานเพื่อสังคมและช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง”
เรื่องเฟคนิวส์ โยงกับนักการเมือง สะท้อนความจำเป็นที่สื่อ และนักการเมือง ต้องใช้ความรับผิดชอบในการสื่อสารต่อสาธารณะ เพื่อไม่ให้การนำเสนอข่าวกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่สร้างความเสียหายต่อบุคคลและบ้านเมือง
ทั้งหมดเป็นคำพูดของ “เอ้ มีชัย อินทร์พิทักษ์” ที่ออกมาปกป้องชื่อเสียง เกียรติยศศักดิ์ศรี หลังถูกไอ้โม่งสวมเสื้อสูท รวมหัวกับ “สื่อไร้จรรยาบรรณ” บางสำนัก
เล่นวิชามารแผนสกปรก “เจาะยาง” เพียงเพื่อหวังผลทางการเมือง!
โยธิน พรมแตง รายงาน









