งัดหลักฐานโต้ถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง ลั่นเอาผิดถึงที่สุดฐาน “แจ้งความเท็จ-พ.ร.บ.คอมฯ” หลังถูกด่าทอด้อยค่าจนเสียชื่อเสียง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มกราคม 2568 ที่ สภ.คลองหลวง น.ส.วีนา ลื่นโป่ง อายุ 44 ปี ซึ่งกำลังต่อสู้กับโรคมะเร็ง พร้อมด้วยทนายความและผู้แทนกลุ่มลูกปทุมต้นแบบต้านโกง เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัตน์พัฒนคุณ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลรวม 6 ราย ประกอบด้วย อดีตนักการเมืองกับมวชนพื้นที่ ในข้อหาร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพรบคมพิวเตอร์พ.ศ. 2560และ ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ต่อเจ้าพนักงาน เพื่อให้รับโทษทางอาญา เป็นต้น
โดย น.ส.วีนา ลื่นโป่ง เปิดเผยว่า ตนเองตกเป็นเหยื่อของเกมการเมืองที่สกปรก โดยระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ระหว่างการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ซึ่งตนปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ของผู้สมัครหมายเลข 1 นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ ที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 53 ชุมชนราชธานี ต่อมาพบว่ากลุ่มผู้ถูกกล่าวหาได้ร่วมกันยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต.จ.ปทุมธานี โดยกล่าวหาว่าตนนำชุดกาแฟมาจัดเลี้ยงและชงจ่ายให้ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่ง ตนเองขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงโดยเฉพาะมี ประชาชนที่ถูกอ้างชื่อว่ามารับกาแฟแต่จริงๆแล้วไม่มี แต่กลับนำชื่อเขาไปเป็นหลักฐานเป็นต้น เป็นการจัดฉากเพื่อสร้างหลักฐานเท็จ หวังเชื่อมโยงให้ นายกยุทธศักดิ์ ถูกดำเนินคดีและหลุดจากตำแหน่ง ซึ่งการกระทำของกลุ่มคนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างรุนแรง ทำลายชื่อเสียง มีการนำข้อมูลเท็จไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิด ถูกดูหมิ่นด้อยค่า ตนต้องเผชิญกับการถูกตำหนิและด้อยค่าจากบุคคลที่ทราบข่าวทางโซเชียลมีเดีย ทั้งที่กำลังป่วยหนัก ทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่ การถูกโยงเข้าสู่วงจรทุจริตเลือกตั้งทั้งที่ไม่ได้ทำ ทำให้เกิดความเครียดและได้รับความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้ ตนเองป่วยเป็นมะเร็ง และออกมาทำงานตามหน้าที่ แต่กลับถูกกลุ่มมีอิทธิพลวางงานเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำลายทางการเมือง วันนี้จึงต้องออกมาทวงความยุติธรรมและปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและยืนยันว่าดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ทางด้านทนายความระบุว่า ได้แจ้งความในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และข้อหา ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานเพื่อให้ได้รับโทษทางอาญา ซึ่งการร้องเรียนเท็จต่อ กกต. เพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษหรือถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ถือเป็นเรื่องร้ายแรงและมีโทษหนักทั้งจำและปรับ
ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นคดีอาญา และจะดำเนินการสอบสวนพยานหลักฐาน เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป












