วันนี้ (17 ม.ค.69) เวลา 8.09 น.นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในการประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมสาทิศลักษณ์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พร้อมกล่าวถวายราชสดุดี เนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และเนื่องในวันยุทธหัตถี (18 มกราคม) ประจำปี 2569 โดยมีนางสาววีรวรรณ จันทนเสวี พร้อมนายสหชัย แจ่มประสิทธิ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ และสมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดฯ เข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียงกันเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ อาคารเอนกประสงค์สนามกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 3 แห่งราชอาณาจักรสุโขทัย ในราชวงศ์พระร่วง เสวยราชย์ตั้งแต่ประมาณพุทธศักราช 1822 ถึงประมาณพุทธศักราช 1841 พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของไทยที่ได้รับการยกย่องเป็น “มหาราช” ด้วยทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันทรงคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ทรงรวบรวมอาณาจักรไทยจนเป็นปึกแผ่นกว้างขวาง ทั้งยังได้ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้น ทำให้ชาติไทยได้สะสมความรู้ทางศิลปะ วัฒนธรรม และวิชาการต่าง ๆ สืบทอดกันมากกว่าเจ็ดร้อยปี ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพบหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช วันที่ 17มกราคม 2376 ต่อมามีการเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในการกำหนดวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ ซึ่งคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ได้พิจารณาเห็นชอบด้วย จึงกำหนดให้วันที่ 17 มกราคมของทุกปีเป็น “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช”
วันยุทธหัตถี เป็นวันที่ระลึกในวาระที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่าจนได้รับชัยชนะ ในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จ.ศ.954ซึ่งตรงกับวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2135 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้วันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวัน “วันยุทธหัตถี” “วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” หรือ “วันกองทัพไทย” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพบุรุษของไทยที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกมาจนถึงทุกวัน
กชกร วีระวรรณ์
ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสิงห์บุรีรายงาน






















