คืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.30 น. ณ บ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) อำเภอเมืองลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดบ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดในงานแผ่นดินพระนารายณ์ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 โดยมี นายอุดม อิ่มอรชร นายกเทศมนตรีตำบลโคกตูม ส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ
สำหรับบ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) ในงานแผ่นดินพระนารายณ์ ประจำปี 2569 เทศบาลตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในการเปิดประตูบ้านหลวงรับราชทูต ประตูฝั่งเรือนรับรองโดยมีพรมแดงปูระหว่างทางเข้าบ้าน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีได้นำส่วนราชการร่วมกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที ในเวลาต่อได้มีการเดินแบบแฟชั่นในการแต่งกายชุดไทยร่วมสมัยในแบบต่าง ๆ โดยมีผู้ร่วมเดิน กว่า 20 คน
สำหรับบ้านหลวงรับราชทูต หรือ บ้านหลวงวิชาเยนทร์ อยู่บนถนนวิชาเยนทร์ ห่างจากปรางค์แขกประมาณ 300 เมตร ทางทิศเหนือของพระนารายณ์ราชนิเวศน์ สำหรับเป็นที่รองรับราชทูตที่มาเฝ้าฯสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่เมืองลพบุรีคณะราชทูตจากประเทศฝรั่งเศสชุดแรกที่เข้ามาเมื่อปี พ.ศ. 2228 ได้พำนัก ณ ที่แห่งนี้ ต่อมา คอนสแตนติน ฟอลคอน(Constantine Phaulkon) ซึ่งเป็นชาวกรีกได้เข้ามารับราชการได้รับความดีความชอบ และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น“เจ้าพระยาวิชาเยนทร์” และได้พระราชทานที่พักอาศัยทางทิศตะวันตกของบ้านหลวงรับราชทูต
พื้นที่ในบริเวณบ้านหลวงรับราชทูตแบ่งออกเป็น 3 ส่วน – ส่วนทิศตะวันตก เป็นอาคารที่พักอาศัยของคณะทูต ได้แก่ตึกสองชั้นหลังใหญ่ก่อด้วยอิฐและอาคารชั้นเดียวแคบยาว ซุ้มประตูทางเข้าเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลม – ส่วนกลาง มีอาคารที่สำคัญ คือ ฐานของสิ่งก่อสร้าง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นหอระฆังและโบสถ์คริสต-ศาสนา ซึ่งอยู่ด้านหลังซุ้มประตูทางเข้าเป็นรูปจั่ว – ส่วนทิศตะวันออก ได้แก่ กลุ่มอาคารใหญ่ 2 ชั้น มีบันไดขึ้น ทางด้านหน้าเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลม ซุ้มประตูทางเข้ามีลักษณะเช่นเดียวกับทางทิศตะวันตก ลักษณะของสถาปัตยกรรมในบ้านหลวงรับราชทูต บางหลังเป็นแบบยุโรปอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอาคารใหญ่ทางทิศตะวันออกก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น หน้าต่างและซุ้มประตูแสดงให้เห็นถึงศิลปะตะวันตกแบบเรอเนสซองส์ ซึ่งเจริญแพร่หลายในสมัยนั้น และที่สำคัญอาคารที่เป็นโบสถ์คริสตศาสนา ผังและแบบของโบสถ์เป็นแบบยุโรป มีซุ้มหน้าต่างเป็นซุ้มเรือนแก้วมีเสาปลายเป็นรูปกลีบบัวยาวที่เป็นศิลปะไทย โบสถ์เหล่านี้ถือกันว่าเป็นโบสถ์คริสต์หลังแรกในโลกที่ตกแต่งด้วยลักษณะของโบสถ์ทางพระพุทธศาสนา
นันท์นภัส ลิ้มนุสนธิ์
ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวภาคกลางหนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพ

















