น.1 ส่ง รองจ๋อนำทีมชุดยาเสพติด บช.น.และสืบสวน สน.ประชาชื่น ซ้อนแผนปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโต รวบโจโจ้แก็งยาเสพติดตระเวนย่องเบาลักทรัพย์ตามบ้านที่เจ้าของไม่อยู่ ล่าสุดย่องเข้าบ้านผกก.ในสังกัด บช.น. ถึง 3 ครั้ง 3 วันติดๆ ครั้งสุดท้ายผู้เสียหายเฝ้าจู่โจมจับกุม แต่คนร้ายเป็นนักวิ่งใช้ความเร็วสามารถหลบหนีไปได้
แกะรอยหัวขโมย พบภาพกล้องวงจรปิด โจโจ้ยิ้มสะใจท้าทายให้กล้อง ด้วยความมั่นใจว่าตำรวจตามจับไม่ได้แน่ๆ เพราะไม่มีตัวตนในข้อมูลบัตรประชาชน
สุดท้ายหนีไม่รอด ตำรวจซ้อนแผนถูกจับกุมโดย คณะเชิดสิงโต “จ๋อแจ๊ะจับโจร” ไปฉลองตรุษจีนในคุกแทน พบประวัติยาเสพติด และลักทรัพย์ 9 คดี
เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น.,พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น,พ.ต.ท.วิทวัส แสงเพิ่ม รองผกก.สส.สน.ประชาชื่น, พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น.,พ.ต.ท.ประจบ ศรีแสง สว.สส.สน.ประชาชื่น,พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. และ สน.ประชาชื่น ร่วมกันสืบสวนจับกุมตัว นายอดิศักดิ์ หรือ โจโจ้ อายุ 33 ปี (บุคคลไม่มีทะเบียนราษฎร์) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.963/2569 ลงวันที่ 18 ก.พ.2569 โดยกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเคหสถาน และบุกรุกเคหสถาน” จับกุมได้ที่ ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จับกุมวันที่ 18 ก.พ.2569 เวลาประมาณ 19.15 น.
พบประวัติก่อเหตุจำนวน 9 คดี ดังนี้
1.วันที่ 23 เม.ย.2562 ถูกจับกุมข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” พื้นที่ สน.ประชาชื่น
2.วันที่ 10 มิ.ย.2562 ถูกจับกุมข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ” พื้นที่ สน.สายไหม
3.วันที่ 13 ก.ค.2564 ก่อเหตุ “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานฯ” พื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ภ.จ.นนทบุรี
4.วันที่ 9 พ.ค.2564 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พื้นที่ สน.ประชาชื่น
5.วันที่ 7 มิ.ย.2564 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พื้นที่ สน.ประชาชื่น
6.วันที่ 1 ม.ค.2568 ก่อเหตุ “ร่วมกันบุกรุกในเคหะสถาน” พื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี
7.วันที่ 4 ก.พ.2569 ก่อเหตุ “ลักทรัพย์ในเคหสถานฯ” บุกเข้าบ้านนายตำรวจระดับ ผกก. พื้นที่ สน.ประชาชื่น
8.วันที่ 5 ก.พ.2569 ก่อเหตุบุกเข้าไปในบ้าน ผกก.ท่านเดิมอีกครั้ง พื้นที่ สน.ประชาชื่น
9.วันที่ 7 ก.พ.2569 ก่อเหตุบุกเข้าไปในบ้าน ผกก.ท่านเดิม เป็นครั้งที่ 3 พื้นที่ สน.ประชาชื่น
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2569 เวลา 22.00 น. ณ บ้านริม ถ.ประชาชื่น นายตำรวจระดับ ผกก. สังกัด บช.น. เป็นผู้เสียหาย ได้กลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าทรัพย์สินภายในบ้านหายไปหลายรายการ เช่น พระเครื่องจำนวนมาก,พระบูชาขนาด 12 นิ้ว 2 องค์ และอีกหลายรายการ พบร่องรอยการถูกงัดแงะภาย จึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น โดยยังไม่ทันจะแจ้งความเสร็จ คนร้ายได้กลับมาก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าคนร้ายจะต้องกลับมาก่อเหตุอีก จึงวางแผนที่จะจับกุมคนร้ายด้วยตัวเองโดยในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.พ.2569 คนร้ายได้กลับมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง ทว่าคนร้ายเห็นฝ่ายผู้เสียหายกำลังซุ่มจึงไหวตัววิ่งหลบหนีโดยระหว่างวิ่งหลบหนี “ปั่นประสาท” ด้วยการยิ้มท้าทายให้กล้องวงจรปิด เยาะเย้ยผู้เสียหาย ก่อนหลบหนีเข้าไป ในชุมชนบ่อฝรั่ง ถ.ประชาชื่น แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ รวมการก่อเหตุทั้งสามครั้งได้ทรัพย์สินไปมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.,พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น และ ชุดยาเสพติด บช.น. (ศอ.ปส.บช.น.) ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามคนร้ายในพื้นที่ชุมชนบ่อฝรั่ง แต่คนร้ายไหวตัวทัน หอบผ้าวิ่งหลบหนีออกจากชุมชน หนีการจับกุมไปได้อย่างฉิวเฉียดอีกครั้ง ในการสืบสวนติดตามยากลำบาก เพราะคนร้ายเป็น “คนเถื่อน” อยู่ในแก๊งหัวจ่ายยาเสพติด สถานะไร้ตัวตน ทีมสืบสวนแกะรอยเปลี่ยนจากหาคนเป็นหาของกลาง นานเกือบสัปดาห์ กระทั่งได้พบพระเครื่องจนทราบผู้ขายฉายา “โจโจ้” ชอบไปตามวัดย่านบางบัวทอง นนทบุรี กระทั่งทีมสืบสวนได้พบกับคนร้ายที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านบางบัวทอง แต่คนร้ายระวังตัวตลอดเวลา เมื่อได้สบตากับทีมสืบสวนเห็นท่าทางคล้ายทรงสืบ คนร้ายจึงได้วิ่งหลบหนีไปคลาดกับทีมสืบสวนไปได้กว่า 3 ครั้ง “ต้องไม่มีครั้งที่ 4”
พล.ต.ต.ธีรเดชฯ สั่งการวางแผนการจับกุมด้วยแผนการพลางตัวสุดแยบยลเพื่อเข้าถึงตัวคนร้ายโดยมิให้รู้ตัว กระทั่งวันที่ 18 ก.พ.2569 ชุดสืบสวนสืบทราบว่าคนร้ายนัดหมายกับกลุ่มเพื่อนเพื่อจะไปมั่วสุมยาเสพติดตามวัด จึงวางแผนกระจายตามวัด โดยทีมสืบสวนปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตอยู่ในงานประจำปี ณ วัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อสังเกตการณ์ตามล่าคนร้าย กระทั่งช่วงค่ำ ทีมสืบสวนได้ไล่แสกนหน้าบุคคลภายในวัดพบกับชายต้องสงสัยใบหน้าคล้ายคนร้ายมาปรากฏตัวภายในวัด ครานี้ทีมสืบสวนจะไม่ปล่อยให้คนร้ายวิ่งหลบหนีได้อีก ทีมสืบสวนในบทบาทคณะสิงโตจึงค่อยๆ เชิดสิงโตเข้าไปใกล้ๆ กับคนร้าย จนประชิดตัวร้าย ก่อนล้อมรวบจับคนร้ายได้ในที่สุด โดยคนร้ายยังอยู่ในอาการงุนงง หลังจับกุมตรวจสอบพบว่าคนร้ายคือ นายอดิศักดิ์ หรือ โจโจ้ อายุ 33 ปี ตรวจพบว่าเคยต้องโทษคดีเกี่ยวกับ ยาเสพติด และ การลักทรัพย์ เป็นจำนวน 6 คดี จากการขยายผลชุดสืบสวนได้ยึดของกลางได้หลายรายการ และสืบทราบว่า นายอดิศักดิ์ฯ เป็นบุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์เนื่องจากครอบครัวมิได้ไปแจ้งเกิด และใช้ชีวิตพเนจรมาตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี อาศัยการลักเล็กขโมยน้อยเพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติดเสพ หลังจับกุมตัวได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายและทำการขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายต่อไป
ในชั้นจับกุม นายโจโจ้ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ชีวิตตนนั้นเริ่มพเนจรหนีออกจากบ้านตั้งแต่ 11 ปี เพราะตอนนั้นติดดมกาว และน้อยใจแม่มีสามีใหม่ ชีวิตตนนั้นเติบโตมาในมุมมืด ไม่ได้เรียนหนังสือ อยากสมัครงานแต่ก็สมัครไม่ได้เพราะเป็นคนไม่มีบัตรประชาชน โดยคดีนี้ตนได้ขึ้นบ้านผู้เสียหายเป็นจำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 3 นั้นมิได้ขโมยสิ่งใดไปเพราะคนที่อยู่ในบ้านรู้ตัวก่อนโดยทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุในคดีนี้ตนเองได้ขายไปหมดแล้ว โดยขายไปในราคาถูก ที่ตนไปก่อเหตุนั้นเพราะเกิดจากอาการดีดยาม้า หลังจากเสพเข้าไป 3 เม็ด และที่ชอบวิ่งหนีเพราะตนเป็นคนขี้ระแวงเพราะพื้นฐานเป็นคนที่เสพยาเสพติดเป็นประจำ โดยที่ตนก่อเหตุเพื่อจะนำเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ และนำไปเล่นการพนัน ส่วนที่ยิ้มให้กล้องวงจรปิดนั้นตนเองไม่ได้เยาะเย้ย แต่เพราะวิ่งหนีแล้วเหนื่อย โดยที่มางานวัดวันนี้ได้นัดหมายกับเพื่อนเพื่อจะมาเสพยาที่หลังวัด โดยไม่ทราบว่าตำรวจจะมาหาเจอ และคาดไม่ถึงจริงๆว่าตำรวจจะปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตตกใจมาก หลังพ้นโทษอยากขอความเมตตาให้ตำรวจพาไปทำบัตรประชาชน ให้ตนเองมีข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ตนอยากสมัครงาน พร้อมสัญญาว่าหากออกมาครั้งนี้แล้วทำอีกยอมให้ตำรวจซ้ำได้เลย”
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวว่า “คดีลักทรัพย์ตามบ้านที่เจ้าของไม่อยู่ขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตำหนิรูปพรรณคนร้ายรายนี้ มีส่วนสูงประมาณ 168 ซม. ผิวดำแดง รูปร่างสมส่วน หากประชาชนผู้ใดเคยพบหรือเคยประสบเหตุจากคนร้ายรายนี้ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสืบสวนติดตามคนร้ายรายนี้ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ไม่มีข้อมูลทางทะเบียนราษฎร์ ที่ผ่านมาอาจทำให้ข้อมูลการสืบสวนไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลหรือนำตัวมาดำเนินคดีได้ คนร้ายรายนี้ เห็นได้ชัดว่าต้นเหตุจากการเสพยาเสพติดนำไปสู่การก่ออาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการจับกุมเม็ดยา แต่เรายังมุ่งเน้นแก้ปัญหายาเสพติดในทุกๆ มิติด้วย ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร.


















