วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล : พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.,พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.,พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7,พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7,พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 7 ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ลักลอบนำยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลาง ไอซ์กว่า 1.11 ตัน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.,พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการกวาดล้างปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดที่เป็นต้นเหตุการณ์แพร่กระจายไปยังประชาชน ในทุกชุมชน
-กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. จึงได้สั่งการและกำหนดแนวทางการปฏิบัติ โดยให้ทุกหน่วยในสังกัดทำการกวาดล้างพร้อมขยายผลดำเนินการไปยังผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่ เพื่อดำเนินการสืบสวนจับกุม และดำเนินการยึดทรัพย์โดยเด็ดขาด
-กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 โดย พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7,พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7,พ.ต.ท.อัครเดช พรมโพธิ์, พ.ต.ท.ภราดร เชิดชูล้ำตระกูล, พ.ต.ท.ธวัชชัย โป๊ะโดย รอง ผกก.สส.บก.น.7,พ.ต.ท.ศุภชัย สงวนสิทธิ์ สว.กก.สส.บก.น.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7
ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวข้างต้นของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด ได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่และขยายผลไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในช่วงเวลาที่ผ่านมาครั้งนี้พบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครจึงได้ร่วมกันทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมายดังกล่าว จนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดไว้ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ด้วยเมื่อ วันที่ 1 มี.ค.2569 เวลา 02.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันจับกุมตัว นาย เเดนชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี,นาย ภสณณ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี และ นาย สุขเศกฉันท์ (สงวนนามสกุล)อายุ 47 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 1,110 กิโลกรัม,รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ คันหมายเลขทะเบียน 3กย 63xx กทม.,รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว คันหมายเลขทะเบียน 3ขษ 74xx กทม.,รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว คันหมายเลขทะเบียน 5ขฮ 93xx กทม.
จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้ที่บริเวณภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขามัญจาคีรี ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบทราบมาว่า มีกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งจะใช้รถยนต์ในการขนลำเลียงยาเสพติด โดยใช้รถในขบวนประมาณ 4-5 คัน มีพฤติกรรมขับรถในลักษณะรถนำ รถตาม เป็นขบวน ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวได้ทำการขนลำเลียงยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย จนกระทั่งวันที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ทราบมาว่ากลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว จะมีการขนลำเลียงยาเสพติดในเขตพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วนำมาพักเก็บ และคอยกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกติดตามกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว โดยพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวมีการใช้รถยนต์จำนวนหลายคัน ซึ่งจากการติดตามพบว่า รถแต่ละคันนั้นมีน้ำหนักที่มากผิดปกติ และขับรถเป็นขบวน มีรถคอยขับนำสำรวจเส้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามมาถึงสถานที่จับกุม
จากนั้นจึงได้เข้าแสดงตัวว่าเป็นเจ้าที่ตำรวจและขอทำการตรวจค้น โดยก่อนการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธ์ใจให้ผู้ต้องหาดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้ทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ตามรายการของกลางดังกล่าวข้างต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ได้กระทำความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป แจ้งสิทธิ์ให้ผู้ต้องหาทราบ ผู้ต้องหาทราบและเข้าใจแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลาง นำไปลงบันทึกประจำวัน ที่สภ.มัญจาคีรี จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปทำบันทึกจับกุมและขยายผลที่ กก.สส.บก.น.7 และจะนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




















