วันที่ 16 เมษายน 2569 กรุงเทพฯ
ว่าที่ พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ (สว.ช้าง) เปิดเผยถึงประเด็น ที่ได้อภิปรายในสภาฯ ในวันแถลงนโยบายรัฐบาล อนุทิน ที่ผ่าน โดยมีประเด็นเพิ่มเติมในเรื่องของ การกวาดล้างนอมินี และทุนเทา ต่างชาติ ก่อนที่เศรษฐกิจไทย จะพินาศมากไปกว่านี้ ให้รัฐบาลตระหนักว่า วันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะฉุกเฉิน เชิงยุทธศาสตร์ ที่ไม่ได้มาในรูปแบบของกองกำลังติดอาวุธ แต่มาในคาบนิติบุคคลอำพราง ปัญหาการใช้ตัวแทนอำพราง หรือนอมินี ไม่ใช่เพียงแค่ความล่าช้าทางธุรการ หรือความผิดพลาดในเรื่องของเอกสาร แต่มันคือ มะเร็งร้ายที่กำลังเกาะกินอธิปไตยทางเศรษฐกิจของชาติ จากภายใน
ขบวนการนอมินีเหล่านี้ ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ใช้สัดส่วนการถือหุ้น ร้อยละ 51 ต่อ 49 มาเป็นเครื่องมือ โดยใช้คนไทยบางคนที่ขายชาติ เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ทำหน้าที่เป็นหุ่นเชิด แต่กลับให้ต่างชาติบริหาร โดยทำสัญญาลับ มอบอำนาจการบริหาร ให้บุคคลต่างชาติ นี่คือ อาญกรรมซ่อนรูป ที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย อาชญากรรมข้ามชาติ
ความล้มเหลวเกิดจากกรมพัฒนาธุรกิจหละหลวม ปล่อยให้เครือข่ายเหล่านี้ ผ่านทนายความและพนักงานบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย มาจดทะเบียนบริษัท โดยมิได้มีการตรวจสอบแหล่งเงินทุนที่ทำธุรกิจ บางที่คนไทยหนึ่งคน จดบริษัทโดยเป็นเจ้าของกว่า 100 บริษัทมันทำได้ยังไง ถ้าไม่มีเครือข่ายที่อยู่ด้านใน
เราต้องหยุดคนพวกนี้ โดยการบังคับใช้กฎหมาย นำเทคโนโลยีมาทำการตรวจสอบ และก่อนที่จะออกบริษัทให้ จะต้องมีการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุน ในสัดส่วนของคนไทย และต่างชาติ ว่ามีเงินตามที่ลงทุนหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบก่อนจึงจะให้ใบอนุญาต โดยคัดกรองสามส่วน อย่างเข้มงวดในเรื่องของ การยืนยันตัวตน ที่มาของเงินทุน กระบวนการจดทะเบียนที่ต้องผ่านการสัมภาษณ์จริง สำหรับธุรกิจสุ่มเสี่ยงก่อน ได้รับอนุมัติแล้วก็การตรวจสอบบุคคลพิสูจน์ทราบตัวตนและตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตรวจตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จะต้องบูรณาการไปด้วยกัน
มีการนำใบอนุญาตอัจฉริยะมาใช้เป็นระบบดิจิทัล ที่จะตรวจซ้ำภายใน 180 วัน หลังจัดตั้งบริษัท ,สมาคม และ มูลนิธิ พร้อมทั้งใช้ปัญญาประดิษฐ์ วิเคราะห์ความสอดคล้อง ระหว่างรายได้จริง
มาตรการในการกวาดล้าง และลงโทษซึ่งเป็นมาตรการระดับสุดท้าย เป็นปัญหาปลายน้ำ การบังคับใช้กฎหมาย จะมีความเฉียบขาดขึ้น โดยบรรจุพฤติกรรมตัวแทนอำพราง ที่เป็นความผิดมูลฐาน ภายใต้กฎหมายฟอกเงิน เพื่อยึดทรัพย์ ได้เบ็ดเสร็จ อัตราโทษสูงสุด 3 ปี ปรับสูงสุด 1 ล้านบาท
การที่พวกเรานิ่งเฉย คือ ต้นทุนที่แพงที่สุด รัฐบาลจะต้องจริงจัง กับเรื่องพวกนี้ อย่าปล่อยให้ระบบการจดทะเบียน เป็นเพียงประตู ที่ไม่มีคนเฝ้า เรากำลังสูญเสียทิศทางด้านเศรษฐกิจ ไปอย่างถูกกฎหมาย เพราะหลังจากเค้าจดทะเบียนแล้ว เค้าก็จะไปทำนิติกรรมต่างๆสร้างปัญหาให้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการซื้อที่ดิน การทำสัญญาเช่า โดยใช้การจดทะเบียนเป็นปราการ ด่านแรกในการทำธุรกรรม เราต้องรีบดำเนินการยับยั้ง ตรวจสอบย้อนหลัง รื้อทั้งระบบ จับตา พวกคนที่มีสัญชาติ จีน รัสเซีย อินเดีย เกาหลี มาเลเซีย ที่มาทำธุรกิจ อย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งมาแย่งอาชีพของคนไทย
เราเคยเจอปรากฏการณ์ทัวร์ศูนย์เหรียญ ตอนนี้ยิ่งกว่าทัวร์ ศูนย์เหรียญ เพราะมีการพัฒนารูปแบบในการครอบครองธุรกิจของคนไทย แย่งอาชีพคนไทย รัฐที่ผ่านมานิ่งดูดาย และไม่ได้มีการกวดขัน ต่อไปคนไทยทุกคนถือว่า เป็นผู้ตรวจสอบ ที่ต้องแจ้งข้อมูลข่าวสาร การกระทำผิดกฏหมายเหล่านี้ ซึ่งต่อไปอาจจะต้องมีสินบนนำจับ และส่วนแบ่งจากการยึดทรัพย์กลุ่มคนเหล่านี้ โดย ออกกฏหมาย เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน กับพลเมืองดี เพื่อเป็นหูเป็นตาให้แก่ประเทศชาติ
ส่งข้อมูลมาทางผม ผ่านช่องทางอีเมล Kornpod008@gmail.com หรือจดหมาย มายังวุฒิสภา ถึงผมโดยตรง ผมจะรีบดำเนินการ ผลักดันกฎหมาย และกวดขันบุคคลเหล่านี้ ให้มากขึ้น
















