นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองทรายขาว
ประธานเปิดพิธีเกี่ยวข้าวญี่ปุ่นอินทรีย์
สายพันธุ์โคชิฮิคาริ “Koshihikari rice”
วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 11.30 นาฬิกา
ณ ศูนย์ข้าวชุมชน บ้านสระเตยใหญ่
หมู่ที่ 4 ต.หนองทรายขาว อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี
พันตำรวจเอก(พิเศษ) ธนศักดิ์ ปานแย้ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองทรายขาว อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี
ประธานเปิดพิธีเกี่ยวข้าวญี่ปุ่นอินทรีย์
สายพันธุ์โคชิฮิคาริ “Koshihikari rice” ณ ศูนย์ข้าวชุมชน บ้านสระเตยใหญ่ ต.หนองทรายขาว อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี พร้อมด้วยเกษตร อ.บ้านหมี่
พัฒนาชุมชน อ.บ้านหมี่ และกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านสระเตยใหญ่
พันตำรวจเอก(พิเศษ) ธนศักดิ์ ปานแย้ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองทรายขาว อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า
ตำบลหนองทรายขาว อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี มีเกษตรกร ข้าวญี่ปุ่นอินทรีย์
สายพันธุ์โคชิฮิคาริ “Koshihikari rice” จำนวน12 ไร่ ได้สร้างชื่อเสียง โด่งดังไปทั่วประเทศ
ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น
พันตำรวจเอก(พิเศษ) ธนศักดิ์ ปานแย้ม เปิดเผยอีกว่า
ข้าวญี่ปุ่นอินทรีย์ สายพันธุ์โคชิฮิคาริ (Koshihikari) ที่ปลูกในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเหมาะสมอย่างจังหวัดลพบุรี
ถือเป็นผลผลิตคุณภาพสูงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะโคชิฮิคาริได้รับการยอมรับว่าเป็น “ราชาแห่งข้าวญี่ปุ่น” ซึ่งมีจุดเด่นหลักๆ คือความนุ่ม เหนียวหนึบ และรสหวานหอมที่เป็นเอกลักษณ์
ลิ้มรสความอร่อยระดับพรีเมียม ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) จากจังหวัดนีงาตะ (Niigata)
เปิดประสบการณ์รสชาติของข้าวญี่ปุ่นแท้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชาแห่งข้าว” ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพที่โดดเด่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ครับ
ข้าวชิ้นนี้คือ ข้าวโคชิฮิคาริ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์ยอดนิยมและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวที่มาจากจังหวัด นีงาตะ (Niigata) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จังหวัดนีงาตะได้รับพรจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกข้าวชั้นดี เช่น ดินที่อุดมสมบูรณ์จากตะกอนแม่น้ำสำคัญอย่างแม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) และแม่น้ำอะงาโนะ (Agano River) รวมถึงมีน้ำบริสุทธิ์จากหิมะที่ละลาย (Snowmelt Water) และที่สำคัญคือ ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน ที่สูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความหวานและรสชาติของข้าว
ข้าวโคชิฮิคาริสายพันธุ์นีงาตะมีจุดเด่นหลัก ๆ ที่ทำให้เป็นที่รักของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
ความเหนียวและหนึบ (Stickiness): มีสัมผัสที่ เหนียวหนึบ (Mochimochi) และยืดหยุ่นกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ความหวานและอูมามิ (Sweetness & Umami): มีรสหวานตามธรรมชาติที่ชัดเจน และมีรส อูมามิ (Umami) ที่เข้มข้นในทุกเม็ด
กลิ่นหอมและเงางาม: เมื่อหุงสุกแล้วจะมี กลิ่นหอมที่ละมุน และเมล็ดข้าวจะมีความ เงางามเป็นประกาย น่ารับประทาน
ด้วยรสชาติที่โดดเด่นและสมดุล ทำให้ข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะอร่อยมากแม้ว่าจะทานเปล่า ๆ โดยไม่ต้องมีกับข้าวค่ะ นอกจากนี้ยังรักษาความอร่อยไว้ได้ดีแม้จะเย็นลง จึงเหมาะมากสำหรับทำข้าวปั้น โอนิกิริ (Onigiri) หรือใส่ในกล่องข้าวเบนโตะ (Bento)
เมนูแนะนำ (Recipe Suggestion)
ข้าวโคชิฮิคาริมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล ทำให้เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายประเภทครับ
ข้าวสวย (Plain White Rice): ทานเปล่า ๆ คู่กับเครื่องเคียงง่าย ๆ อย่างซุปมิโสะ (Miso Soup) และผักดอง (Tsukemono) เพื่อสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของข้าว
ซูชิ (Sushi) และโอนิกิริ (Onigiri): ด้วยความเหนียวหนึบ ทำให้ปั้นได้ง่ายและคงรูปได้ดีเมื่อเย็นลง
เมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วไป: เหมาะสำหรับทานคู่กับอาหารญี่ปุ่นแทบทุกชนิด เช่น ปลาย่าง, เทมปุระ (Tempura) หรือข้าวหน้าต่าง ๆ (Donburi)
วิธีใช้หรือวิธีเตรียม (Usage Instruction)
เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยที่สุด ควรทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ
- ซาวข้าว (Rinsing): ซาวข้าวอย่างเบามือเพื่อล้างฝุ่นออก เปลี่ยนน้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จนน้ำเริ่มใส
- แช่น้ำ (Soaking): แช่ข้าวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในฤดูร้อน หรือ 60 นาที ในฤดูหนาว เพื่อให้ข้าวดูดซึมน้ำอย่างเต็มที่
- หุง (Cooking): หุงตามอัตราส่วนน้ำที่ระบุบนเครื่องหุงข้าว หรือใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วนต่อน้ำประมาณ 1.1 – 1.2 ส่วน
- พักข้าว (Steaming): เมื่อหุงเสร็จแล้ว ห้ามเปิดฝา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ไอน้ำระอุและข้าวสุกทั่วถึง ก่อนจะใช้ไม้พายคลุกเบา ๆ ก่อนตักเสิร์ฟครับ
ลองนำข้าวโคชิฮิคาริจากนีงาตะไปหุงดูสิคะ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมข้าวญี่ปุ่นแท้ ๆ ถึงมีเสน่ห์และเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ที่คุณก็สามารถสร้างสรรค์ความอร่อยนี้ได้ที่บ้าน
นันท์นภัส วงศ์ใหญ่
ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวภาคกลางหนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพ











