วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569 ชายแดนไทย-กัมพูชา อรัญประเทศ สระแก้ว
คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการปัญหาความมั่นคงแบบองค์รวม ณ จังหวัดสระแก้วในภาคบ่าย ซึ่งนำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี รองประธานคณะกรรมาธิการและเลขานุการคณะกรรมาธิการ ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นิฟาริด ระเด่นอาหมัด ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ กรรมาธิการ และนักวิชาการ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการ
เดินทางลงพื้นที่ 3 จุดเพื่อติดตามภารกิจงานความมั่นคง ณ จังหวัดสระแก้วในภาคบ่าย
โดยมี นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคง อาทิ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดสระแก้ว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ พร้อมนำสำรวจพื้นที่บริเวณ 3 จุด ดังนี้
จุดที่ 1 ณ จุดด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ในเวลา 13.00 – 14.00 นาฬิกา นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการ ฯ และคณะเดินทาง ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน เพื่อติดตามข้อร้องเรียนของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่ดินทำกินในพื้นที่รอยต่อชายแดน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ประชาชนยังสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ และประเด็นสำคัญคือการกำหนดแนวเขตกับการก่อสร้างรั้วชายแดน ซึ่งจำเป็นต้องมีความชัดเจน และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศผ่านกลไกการเจรจาร่วม หรือ Joint Boundary Commission (JBC) ทั้งนี้ ยอมรับว่าการดำเนินการก่อสร้างรั้วชายแดนอาจมีความอ่อนไหวและอาจเกิดการคัดค้าน จึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์และการค้าชายแดน ซึ่งยังคงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ แม้ปัจจุบันไทยจะเผชิญภาวะขาดดุลการค้าในบางส่วน
จุดที่ 2 ในเวลา 14.00 – 15.00 นาฬิกา คณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณหลักเขตแดน 41 ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง ได้รับทราบสภาพของพื้นที่แนวเขตแดนระหว่างทั้งสองฝั่งและยังคงมีมุมมองต่อการสร้างรั้วชายแดนที่อาจจะดำเนินการในอนาคตตามนโยบายฝ่ายความมั่นคงและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้หากปรากฏว่าสถานการณ์ ยังคงมีความไม่ชัดเจนและความขัดแย้งในระดับสูง อาจทำให้การสร้างรั้วตรงจุดเสี่ยงและมีความอันตรายสูงเป็นหนึ่งทางเลือกของการรักษาความมั่นคงชายแดนก็เป็นได้
อย่างไรก็ดี การลงพื้นที่ ของคณะกรรมาธิการการทหาร ฯ ครั้งนี้มุ่งเน้นตรวจสอบสภาพภูมิประเทศตามแนวเขตแดน เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชน ตรงชายแดนจริงๆ รวมถึงประเมินความเหมาะสมของแนวทางการก่อสร้างรั้วเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในเบื้องต้นพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและมีการใช้ประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง และคณะกรรมาธิการได้ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน เพื่อประกอบการพิจารณาในขั้นต่อไป หากโครงสร้างการก่อรั้วชายแดนยังอยู่ในระหว่างการศึกษาและวางแผน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ
พร้อมกันนี้ นายสมบูรณ์ หนูนวลประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อสังเกตกับฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และฝ่ายตำรวจตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่ขอให้ร่วมกันและช่วยเหลือกันในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ชายแดน อันเป็นบ้านเกิดและอยู่อาศัยมีความมั่นคงและทุกคนได้รับความมั่นคงในการดำรงชีพและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่อย่างเต็มที่ต่อไป
จุดที่ 3 ในเวลา 15.00 – 16.00 นาฬิกา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อบูรณาการการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้มุ่งเน้นการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน ป้องกันการลักลอบข้ามแดน และการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงเพื่อเป็นการส่งเสริมบทบาทของอุทยานฯ ในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกในการหวงแหนมรดกของชาติ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมสร้าง “ ความมั่นคงทางสังคม“ เพื่อการรักษาและปกป้องพื้นที่ชายแดนร่วมกันในระยะยาว ด้วยอีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ได้รับทราบจากหน่วยงานในพื้นที่ไปประกอบการพิจารณาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงชายแดนและเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่และประเทศชาติในภาพรวมภายใต้กรอบหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป









