ในแวดวงการเมืองจังหวัดยโสธร การจะล้มฐานเสียงเดิมของพรรคใหญ่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ชื่อของ “สส. บุ๊ค – วรายุทธ จงอักษร” กลายเป็นที่จับตามองในฐานะ “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” แห่งเขต 2 ยโสธร คำเขื่อนแก้ว มหาชนะชัย ป่าติ้ว ค้อวัง
ไทยเจริญ(ต.น้ำคำ ต.คำไผ่) ที่สามารถคว้าชัยชนะในนาม “พรรคภูมิใจไทย” ทลายกำแพงแชมป์เก่า “พรรคเพื่อไทย” ได้สำเร็จ
เราจะพาทำความรู้จักกับตัวแทนหน้าใหม่ไฟแรงคนนี้ให้มากขึ้น
“นักวิทยาศาสตร์” ในลุค “นักการเมือง”
สส. บุ๊ค เป็นหนึ่งในนักการเมืองไม่กี่คนที่เรียนจบมาทางด้าน วิทยาศาสตร์โดยตรง ซึ่งพื้นฐานนี้เองที่ทำให้เขามักมีมุมมองการแก้ไขปัญหาในเชิงระบบและการใช้เทคโนโลยีนำการเมือง เขาเคยประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่า ต้องการนำงานวิจัยจาก สวทช. เช่น ระบบ AI, เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และนวัตกรรมการเกษตร มาปรับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในเขตพื้นที่ยโสธร ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดนิ่ง
สส.บุ๊ค เคยผ่านประสบการณ์ทางด้านการเมือง และลงพื้นที่มาก่อน อีกทั้งด้วยจังหวะทางการเมือง และความต้องการผลักดันนโยบายให้เป็นรูปธรรม เขาจึงตัดสินใจร่วมงานกับ “พรรคภูมิใจไทย” ภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำ” ซึ่งกลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้เข้าถึงใจประชาชนชาวคำเขื่อนแก้ว มหาชนะชัย ป่าติ้ว ค้อวัง
ไทยเจริญ(ต.น้ำคำ ต.คำไผ่)
บทบาทในสภาฯ ปากเสียงของชาวสิงห์ล้าน
นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่รัฐสภา “สส.บุ๊ค วรายุทธ” ไม่ได้นิ่งเฉย เขาเป็นหนึ่งใน สส. รุ่นใหม่ที่ใช้กลไกการหารือในสภาเพื่อสะท้อนความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ว่าจะเป็น การจัดการน้ำ ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ลุ่มน้ำชี
โครงสร้างพื้นฐาน: การผลักดันงบประมาณซ่อมแซมถนนและระบบไฟฟ้าส่องสว่าง
เกษตรมูลค่าสูง: การส่งเสริมข้าวหอมมะลิยโสธรและสินค้า GI ด้วยเทคโนโลยี จึงทำให้เป็นนักการเมืองดาวรุ่งที่ต้องจับตามอง
ด้วยสไตล์การทำงานที่นอบน้อมแต่เด็ดขาด และความเป็นกันเองแบบ “ลูกหลานชาวบ้าน” ทำให้ สส.บุ๊ค กลายเป็นต้นแบบนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ขายแค่กระแส แต่ขาย “ผลงาน” และ “ความรู้”
การเป็น สส.สมัยแรกในวัยหนุ่มของเขา จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จส่วนตัว แต่เป็นสัญญาณการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งสำคัญของจังหวัดยโสธร
ล่าสุด “สส.บุ๊ค วรายุทธ จงอักษร” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร เขต 2 ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็น “คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)” โดยมีหน้าที่สำคัญคือการประสานการทำงานระหว่างคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภา เพื่อให้การขับเคลื่อนงาน ด้านนิติบัญญัติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
โดย สส.บุ๊ค ได้เผยว่า
“ผมตั้งใจทำหน้าที่นี้อย่างเต็มกำลัง และแน่วแน่ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวนาและเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยโสธร เขต 2 ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด แต่ต้องเกิดขึ้นจริงให้ได้
ตลอดเวลาที่ทำหน้าที่ ทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และการลงพื้นที่ ผมได้รับฟังปัญหาของพี่น้องเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิตที่สูง ราคาผลผลิตที่ผันผวน หนี้สินสะสม หรือการเข้าถึงแหล่งน้ำและเทคโนโลยีที่ยังไม่ทั่วถึง
ในบทบาทของผมในสภา ผมจะผลักดันนโยบายที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มโอกาส และสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกร เช่น การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงการผลักดันตลาดที่มั่นคงให้กับผลผลิตของพี่น้อง
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ ผมจะไม่หยุดแค่การรับฟัง แต่จะทำงานเชิงรุก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำ การสนับสนุนองค์ความรู้ใหม่ ๆ การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในภาคเกษตร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน
เป้าหมายของผมชัดเจนครับ คือทำอย่างไรให้เกษตรกรของเราในพื้นที่ของผม ทั้งคำเขื่อนแก้ว มหาชนะชัย ป่าติ้ว ค้อวัง ไทยเจริญ (ต.น้ำคำ , ต.คำไผ่) มีรายได้ที่มั่นคง มีศักดิ์ศรีในอาชีพ และสามารถส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีไปยังลูกหลานได้
ผมเชื่อว่า หากเราทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ยโสธร เขต 2 จะไม่ใช่แค่พื้นที่เกษตรกรรม แต่จะเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ที่พี่น้องเกษตรกรสามารถ ‘อยู่ได้ อยู่ดี และอยู่ยั่งยืน’ อย่างแท้จริงครับ”















