วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ห้องประชุมโพธิ์ทอง เทศบาลมาบตาพุด จังหวัดระยอง
คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออก นำโดย นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธานกรรมการ ,ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดระยอง ,นายโชติชัย บัวดิษ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมคณะสมาชิกวุฒิสภา ,คณะทำงาน สว.กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ ร่วมพูดคุยกับส่วนราชการและประชาชน เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นละออง PM 2.5 และมลพิษต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง ณ ห้องประชุมโพธิทอง ศูนย์บริการสาธารณสุขเนินพยอม (ตึก M) เทศบาลนครมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยมี นายกำธร เวหน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เข้าร่วมพูดคุยด้วย
นายวิชิต สุทธโส หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง ได้กล่าวว่าสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และมลพิษต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดระยอง ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 มีค่าเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงดี ความเข้มข้น PM2.5 อยู่ระหว่าง 15.1-37.5 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ จังหวัดระยองยังได้มีแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 โดยมีการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ทราบแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง มีการเตรียมแผนเชิญเหตุ ปรับปรุงข้อมูลพื้นที่เสี่ยงให้เป็นปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือการเน้นเครือข่ายชุมชนเพื่อให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่
นางอารยา ผ่องแผ้ว รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง ได้กล่าวว่าสาธารณสุขจังหวัดระยองได้มีการเตรียมการรับมือกับปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยมีการแจ้งหน่วยบริการศูนย์พยาบาลในพื้นที่เป็นประจำทุกวันให้เฝ้าระวังค่าฝุ่น PM2.5 รวมทั้งมีการจัดทำห้องปลอดฝุ่น แจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ เตรียมความพร้อมรับมือกับผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจาก PM2.5 ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาด้านผิวหนัง ตาอักเสบและทางเดินหายใจ แต่มีจำนวนไม่มาก
.
คณะสมาชิกวุฒิสภา ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแจ้งเตือนภัยผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (Cell Broadcast) นอกจากจะแจ้งเตือนเรื่องสถานการณ์ฝุ่นละออง หมอกควัน และมลพิษต่าง ๆ ควรมีการแจ้งเตือนประเด็นอื่น ๆ ด้วย เช่น สถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะการป้องกันเหตุการณ์ระเบิดฝน หรือ Rain Bomb ที่ฝนตกลงมาอย่างหนักและรวดเร็ว ซึ่งควรใช้เหตุการณ์ที่หาดใหญ่เป็นกรณีตัวอย่าง การแจ้งเตือนประชาชนต้องชัดเจนและรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมได้ทันท่วงที
.
จากนั้น เวลา 13.00 นาฬิกา คณะสมาชิกวุฒิสภาพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ผลไม้ในพื้นที่ รวมถึงแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของผลไม้ไทยสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเยี่ยมชมสวนสุภัทราแลนด์ ณ สวนสุภัทราแลนด์ ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
สำหรับสถานการณ์ผลไม้ในจังหวัดระยองช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุเรียนมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการร่วมกับเกษตรและสหกรณ์จังหวัด พาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ราคาของผลผลิตถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เกษตรกรรับได้ รวมถึงมีการกระจายสินค้าที่ดี โดยในปีนี้ปริมาณผลผลิตทุเรียนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 210,000 ตัน จากที่คาดการณ์ไว้ 240,000 ตัน เนื่องจากสภาวะฝนตกในช่วงเดือนมีนาคม แต่ยังถือว่าสูงกว่าปี 2568 ที่มีผลผลิตประมาณ 180,000 ตัน โดยจังหวัดระยองเน้นย้ำเรื่องคุณภาพทุเรียน มีการตรวจวัดคุณภาพตามหลักวิชาการของกรมวิชาการเกษตร ส่วนสถานการณ์ผลไม้อื่น ๆ ได้แก่ มังคุด ปีนี้ผลผลิตน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ราคาขายหน้าสวนอยู่ที่ประมาณ 60 – 70 บาท แม้ราคาที่ล้งจะเปิดมาสูงแต่ก็ปรับตัวลดลงเร็ว ส่วนเงาะ เริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดบ้างเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึง 2%) ราคาอยู่ที่ประมาณ 60 – 70 บาท และลองกอง คาดว่าจะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
.
สำหรับกลยุทธ์และการยกระดับผลไม้ มีการผลักดัน “ทุเรียนหมอนทองระยอง GI” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับราคาทุเรียน โดยมุ่งเน้นทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออกที่มีมูลค่าสูง เพื่อรองรับผลผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคตจากการขยายพื้นที่ปลูก และการแข่งขันจากต่างประเทศ เช่น เวียดนาม และจีน
ทั้งนี้ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้ให้ข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการบริหารจัดการผลผลิต การควบคุมคุณภาพ และการขยายช่องทางการตลาด ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและการจำหน่าย ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดระดับสากล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้แก่เกษตรกรในระยะยาว




















