12 พฤษภาคม 2569
นายวัชระ เพชรทองอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมตัวแทนกลุ่มประชาชนไปยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ความว่า
ขอให้แก้ไขปัญหาชาวอิสราเอลตั้งถิ่นฐานบนเกาะพะงัน
ด้วยประชาชนในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประสบปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติชาวอิสราเอลเข้ามาปักหลักตั้งรกรากกว้านซื้อที่ดิน สร้างบ้าน เปิดกิจการและสร้างปัญหาในพื้นที่ ตลอดจนกระทำผิดกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัว
ข้าพเจ้านายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่และทราบปัญหาจากการพูดคุยกับชาวบ้านถึงการครอบครองพื้นที่ การแย่งอาชีพของชาวบ้าน ธุรกิจสีเทาและอื่น ๆ ขอให้ท่านดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งเดิมเดือดร้อนเรื่องน้ำมันแพงของแพงอยู่แล้ว ดังนี้
- ประเทศไทยไม่ใช่ดินแดนตามพันธสัญญาของประเทศอิสราเอล ห้ามมาตั้งถิ่นอาศัยถาวรในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นจังหวัดใด โดยเฉพาะอำเภอเกาะพะงัน
- ให้ยกเลิกบริษัทนอมินีของคนต่างชาติทุกชาติ เพื่อรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลาน
- ให้ตรวจสอบทุกพื้นที่ของอำเภอเกาะพะงันและอำเภอเกาะสมุย กวาดล้างคนต่างชาติทุกชาติที่ทำผิดกฎหมายผลักดันออกนอกประเทศภายใน 30 วัน
- ให้ตรวจสอบสิทธิการอยู่อาศัยในประเทศไทยของชาวอิสราเอลทุกรายว่าอาศัยสิทธิใดเหมาะสมหรือเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
- ขอให้ยกเลิกร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. …. โครงการแลนด์บริดจ์เสนอร่างกฎหมายโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส่งผลให้ชาวต่างชาติได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน 50 + 49 ปี (ร่างมาตรา 51) ในเขต จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร และระนอง ซึ่งเท่ากับเป็นการขายแผ่นดินขายประเทศชาติ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาสั่งการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด หากได้ผลประการใดกรุณาแจ้งให้ข้าพเจ้าและพี่น้องประชาชนทราบภายใน 15 วันด้วย จักขอบพระคุณยิ่ง
ชาวสุราษฎร์ธานีและพี่น้องชาวปักษ์ใต้ต้องสามัคคีกันเพื่อรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลาน
นายจุมพฏ กล่าวว่า “อะไรที่เป็นไปตามกฎหมายผมปฏิบัติ ผมรับเรื่องนี้ไว้ให้ครับ”



















