กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำน้ำแหง จังหวัดน่าน ซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 32 ล้านบาท แต่ไม่สามารถเปิด–ปิดประตูระบายน้ำได้ โดยยืนยันว่า ตัวอ่างเก็บน้ำยังมีความมั่นคงแข็งแรง และสามารถเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมบริหารจัดการน้ำได้อย่างต่อเนื่อง
สำนักงานชลประทานที่ 2 ระบุว่า สาเหตุความเสียหายเกิดจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ส่งผลให้จังหวัดน่านมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยมีปริมาณฝนสะสมมากกว่า 290 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบกว่า 70 ปี ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ จนจังหวัดน่านต้องประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน
สำหรับอ่างเก็บน้ำน้ำแหง ได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว พัดพาเศษวัสดุและท่อนซุงขนาดใหญ่ไหลเข้าสู่อ่าง ก่อนผ่านทางระบายน้ำล้น (Spillway) จนท่อนซุงกระแทกพื้นคอนกรีตและโครงสร้างบางส่วนได้รับความเสียหาย อีกทั้งกระแสน้ำยังได้กัดเซาะโครงสร้างเพิ่มเติม ส่งผลกระทบต่อรางสแตนเลสบรรจุท่อระบบไฮดรอลิก ทำให้ระบบควบคุมบานระบายน้ำแบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานยืนยันว่า แม้ระบบควบคุมไฮดรอลิกจะเสียหาย แต่ยังสามารถเปิด–ปิดบานระบายน้ำได้ตามรูปแบบที่ออกแบบไว้ โดยใช้แรงงานคนร่วมกับอุปกรณ์เสริม เช่น การใช้รอกดึงบานระบายน้ำ การใช้โซ่คล้องยึดบานประตูกับตอม่อ รวมถึงการเสริมความมั่นคงของโครงสร้างด้วยวัสดุค้ำยัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ดำเนินการยกบานระบายน้ำขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำ ส่งผลให้เกษตรกร การประปาส่วนภูมิภาคสาขานาน้อย และประชาชนในพื้นที่ 3 ตำบล มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ รวมทั้งยังสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตรในช่วงต้นฤดูฝนได้อีกด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคได้เข้าตรวจสอบความเสียหายของระบบไฮดรอลิกแล้ว และได้เสนอของบประมาณประจำปี 2569 เพื่อดำเนินการซ่อมแซมเร่งด่วน ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ และหากได้รับการอนุมัติ จะเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์โดยเร็วที่สุดต่อไป
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จังหวัดน่าน













