วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการ “โครงการส่งเสริมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจังหวัดสิงห์บุรี” ระหว่างศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) กับจังหวัดสิงห์บุรี ณ ห้องประชุมขุนสรรค์ พันเรือง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี
นางอัศนีย์ญา บุษบาแย้ม เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสิงห์บุรี ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้แทนสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง
การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ เกิดจากความมุ่งมั่นร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ที่ต้องการขับเคลื่อนจังหวัดสิงห์บุรีไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเป็นต้นแบบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่
ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร บุคลากร เทคโนโลยี และข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการดินและทรัพยากรทางการเกษตรอย่างยั่งยืน สนับสนุนการพัฒนาเกษตรคาร์บอนต่ำและเกษตรฟื้นฟู โดยส่งเสริมการใช้วัสดุอินทรีย์ ไบโอชาร์ ปุ๋ยสั่งตัด และเทคโนโลยีชีวภาพในการปรับปรุงคุณภาพดิน ลดการพึ่งพาสารเคมีทางการเกษตร และฟื้นฟูสมดุลของระบบนิเวศให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ
นายวราดิศ อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 รวมถึงการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนจังหวัดสิงห์บุรีสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อยกระดับภาคการเกษตรของจังหวัดให้สามารถแข่งขันได้ ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านการประเมินรอยเท้าน้ำและรอยเท้าคาร์บอน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดการเผาตอซังข้าวและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 อนุรักษ์โครงสร้างดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรจังหวัดสิงห์บุรี เพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรตามมาตรฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนการผลิต ฟื้นฟูทรัพยากรดินและน้ำ สร้างอากาศบริสุทธิ์ไร้หมอกควัน และวางรากฐานการพัฒนาจังหวัดสิงห์บุรีสู่เมืองเกษตรกรรมยั่งยืนและสังคมคาร์บอนต่ำในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
กชกร วีระวรรณ์
ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสิงห์บุรี
รายงาน



























