วันที่24มิย. เวลา19.00น. พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม ,, พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม ,พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม และฝ่ายสืบสวน สน.เพชจับกุมนายศักด์สิทธุ์ อายุ 43 ปี ในข้อหาฐาน ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือ โดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด
โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 738/2569 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2569สถานที่จับกุมบริเวณหน้าห้องเช่าเลขที่ 204 อพาร์ทเม้นท์ไม่มีชื่อ ภายในซอยเพชรเกษม 67 แยก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ ของกลาง๑. อุปกรณ์เครื่องมือช่าง 2.เครื่องแต่งกายของผู้ต้องหา3.เครื่องแต่งกายของผู้ต้องหา4.กระเป๋าสะพายหลังสีแดง สกรีนด้านหน้า ancllo (ใสคลีมตัดลวดขนาดใหญ่และถุงพลาสติก) จำนวน 1 ใบ5.กระเป๋าสะพายหลังสีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ7.กระเป๋าสะพายข้างสีดำ ยี้ห้อ LMC. จำนวน 1 ใบ8.กระเป๋าถือสีฟ้าใส(เชือกไนลอน) จำนวน 1 ใบ9.จักรยาน จำนวน 1 คันพฤติการณ์ก่อนจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ที่บ้านเลขที่ 1903 ซอยเพชรเกษม 69 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ ซึ่งต่อมาจากการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือนายศักดิ์สิทธุ์ หรือแน๊ก มณีเนตร ทราบชื่อภายหลัง ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับไว้ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 738/2569 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือ โดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
ต่อมาวันนี้ (24 มิ.ย.2569) เจ้าพนักงานตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) ว่านายศักดิ์สิทธิ์ฯ หลบหนีมาพักอยู่ที่ห้องเช่าเลขที่ 204 อพาร์ทเม้นท์ไม่มีชื่อ ภายในซอยเพชรเกษม 67 แยก 5 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบเมื่อไปถึงพบ นายศักดิ์สิทธุ์ฯ ผู้ต้องหาอยู่บริเวณดังกล่าวมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดู เพื่อเข้าจับกุม โดยก่อนจับกุมได้แสดงหมายจับให้นายศักดิ์สิทธุ์ฯ ดูและอ่านข้อความตามหมายจับให้ฟังจนเป็นที่เข้าใจแล้ว สอบถามรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับดำเนินคดีในมูลคดีเดียวกันมาก่อน สอบถามนายศักดิ์สิทธุ์ฯ รับว่าได้ก่อเหตุลักทรัพย์จากที่เกิดเหตุมาจริง นอกจากนี้ยังเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง และได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจยึดอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุ(ของกลางลำดับที่ 1.1 – 1.10) และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ตนเองใช้สวมใส่ไปก่อเหตุตามสถานที่ต่างๆ (ของกลางลำดับที่ 2-8) ซึ่งอยู่ภายในห้องพักของตนเอง รวมทั้งรถจักรยานที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุ (ของกลางลำดับที่ 9) จอดอยู่หน้าอพาร์ทเม้นท์ห้องเช่า นอกจากนี้ได้ให้นายศักดิ์สิทธุ์ฯ ดูภาพถ่ายจากวงจรปิดที่บันทึกไว้ได้ขณะก่อเหตุ
เมื่อนายศักดิ์สิทธุ์ฯดูแล้ว รับว่าเป็นตนเองตามภาพถ่ายดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับและแจ้งสิทธิ์ให้ นายศักดิ์สิทธุ์ฯ ทราบ ควบคุมตัวมาจัดทำบันทึกการจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ดำเนินคดีต่อไป










