โครงการสุดพิเศษ “เนรมิตเมือง สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์” ประจำปี 2569 ที่ทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จับมือกับจังหวัดเพชรบุรี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 เพื่อปลุกปั้นอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรีให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เราไม่ได้มาเพียงเพื่อชมความงามฉาบฉวย แต่เราจะก้าวเข้าไปซึมซับรากเหง้าของวัฒนธรรมไทย
โดยไฮไลต์สำคัญในวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 คือกิจกรรม “Artisan Visit: เปิดบ้านช่างเมืองเพชร” ซึ่งร้อยเรียงอย่างพิถีพิถันโดยคุณจิรณรงค์ วงษ์สุนทร บรรณาธิการสื่อออนไลน์ The Cloud ผู้ตั้งใจเปิดประตูบ้านช่างศิลป์ให้เราได้เข้าไปสัมผัสและเข้าใจคุณค่าของงานสกุลช่างเมืองเพชรอย่างลึกซึ้งในทุกอณู
ก้าวแรกของเราเริ่มต้นที่ความสงบร่มเย็นของวัดใหญ่สุวรรณาราม ที่ซึ่งจิตรกรรมลายรดน้ำไม่ได้เป็นเพียงภาพประดับ แต่คือบันทึกทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของจังหวัดเพชรบุรี เราได้พบกับช่างธานินทร์ ชื่นใจ ผู้เชี่ยวชาญงานศิลป์ไทยประเพณี ที่มาเปิดเผยเคล็ดวิชาการเขียนลายด้วย ‘หรดาล’ ก่อนจะลงรักและปิดทองคำเปลวให้ทั่ว ความมหัศจรรย์บังเกิดเมื่อน้ำชำระล้างพื้นผิว เผยให้เห็นเส้นสายลวดลายสีทองอร่ามที่ทาบทับบนพื้นสีดำขลับ ทุกรอยตวัดสะท้อนถึงสมาธิและความประณีตขั้นสูงที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เป็นความงดงามที่ต้องใช้ทั้งศาสตร์แห่งเวลาและศิลป์แห่งความสงบ
จากความอ่อนช้อยของลายรดน้ำ เราเดินทางต่อไปยังบ้านของศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ ‘บ้านครูทองร่วง เอมโอษฐ’ เพื่อสัมผัสความหนักแน่นทว่าพลิ้วไหวของงานปูนปั้นเมืองเพชร ปัจจุบันบ้านหลังนี้ได้รับการดูแลโดยครูบุญเจือน เอมโอษฐ คู่ชีวิตที่ยังคงเปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้ให้เราได้ลองคลุกคลีกับสูตรปูนตำดั้งเดิม เสน่ห์ของการเยือนที่นี่คือการได้เห็นการส่งผ่านลมหายใจของศิลปะจากยุคสู่ยุค เมื่อช่างไทย ชัชวาลย์ สหัสสพาศน์ ได้นำศิลปะปูนปั้นดั้งเดิมมาผสานเข้ากับนวัตกรรมรักษ์โลก เกิดเป็นผลงานปูนปั้นร่วมสมัยที่ยังคงเคารพในรากเหง้าและบริบทของพื้นที่อย่างน่าชื่นชม
สุนทรียภาพของเมืองเพชรยังแทรกซึมอยู่ในเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ เราได้แวะเวียนไปที่ ‘ภูษาผ้าลายอย่าง’ ของคุณธนิต พุ่มไสว ดีไซเนอร์หนุ่มผู้หลงใหลในลายไทย เขาได้หยิบยกเอาลวดลายจิตรกรรมจากต้นเสาพระอุโบสถมาทอนเส้นสาย ออกแบบเป็นผ้าลายอย่างที่งดงามและร่วมสมัย
ก่อนจะไปตื่นตากับงานประณีตศิลป์ที่ ‘บ้านทองป้าฉิว’ นำโดยคุณสิริลักษณ์ ศรีทองคำ ทายาทรุ่นที่ 3 ที่ยังคงสืบทอดตำรับการทำทองโบราณเพชรบุรี การสลักเสลาลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติลงบนแหวนและกำไลนั้น ละเอียดอ่อนและสะท้อนถึงความมั่งคั่งทางวัฒนธรรมได้อย่างไร้ที่ติ
นอกจากงานช่างชั้นสูง ศิลปะยังหลอมรวมอยู่ในวิถีชีวิต โดยมีกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง ‘กลุ่มลูกหว้า’ นำโดยครูจำลอง บัวสุวรรณ์ และคุณหนูแดง-สุนิสา ประทุมเทือง เป็นฟันเฟืองสำคัญที่เชื่อมโยงศิลปะเหล่านี้ให้เข้าถึงง่ายสำหรับคนทุกวัย เพราะศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัดวาอารามหรือของมีค่า แต่ยังหลอมรวมอยู่ในวิถีชีวิตของชาวจังหวัดเพชรบุรี
ในส่วนของวิถีปากท้อง เราได้ลิ้มรสขนมตาลเนื้อนุ่มฟูที่ร้านระเบียงริมน้ำบ้านลุงทอม และแวะเยือน ‘บ้านเพื่อนศิลป์ ดินไอเดีย’ ของช่างเปีย-เอนก อยู่สนาน ผู้ลงมือปั้นและต่อลมหายใจให้ ‘หม้อตาล’ ภาชนะดินเผาคู่เมืองที่เกือบจะเลือนหายไปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ปิดท้ายที่ ‘ไร่เรา’ พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้วิถีชีวิตที่ผูกพันกับต้นตาลอย่างแท้จริง ตั้งแต่การชิมน้ำตาลสดรสละมุน ชมการเคี่ยวน้ำตาลกรอกหม้อ ไปจนถึงการลงมือปิดหม้อตาลด้วยตัวเอง เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เห็นถึงคุณค่าของวัตถุดิบและภูมิปัญญาที่หยั่งรากลึก
ความมุ่งมั่นของช่างทุกท่าน รวมถึงการส่งมอบป้ายกิจกรรม โดยคุณปิยะพร สวัสดิ์สิงห์ และคุณณัฏฐวีร์ แตงน้อย จาก CEA ร่วมด้วยแรงสนับสนุนที่สำคัญจากจังหวัดเพชรบุรี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ‘เพ็ชรแท้’ จะไม่ใช่แค่อดีตที่ถูกแช่แข็ง แต่คือสินทรัพย์สร้างสรรค์ที่จะยังคงเปล่งประกายและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองนี้ต่อไปอย่างสง่างาม


























