วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2569
ว่าที่ พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ (สว.ช้าง) สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า กรณีเหตุอุกอาจที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ข้อพิพาททางธุรกิจ หากปล่อยให้บานปลาย อาจกลายเป็นความรุนแรงที่กระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน
เรื่องเริ่มต้นจาก เจ้าของสวนทุเรียนใน ตอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ทำสัญญาขายทุเรียนแบบเหมาสวนให้กับล้งรับซื้อ ซึ่งตามข้อมูลผู้เสียหายระบุว่าเป็นล้งที่มีผู้ประกอบการชาวจีนเกี่ยวข้อง โดยตกลงราคาประมาณ 600,000 บาท และมีการชำระเงินครบถ้วนตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต
ต่อมา เมื่อถึงช่วงใกล้เก็บเกี่ยว กลับเกิดข้อพิพาทขึ้น ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญา ผู้เสียหายระบุว่ามีการข่มขู่หลายครั้ง ทั้งการโทรศัพท์ การขับรถมาที่บ้าน และมีการกล่าวอ้างถึงการรู้จักผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งประเด็นนี้ยังเป็นข้อกล่าวอ้างที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน
กระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เหตุการณ์ได้บานปลาย เมื่อมีกลุ่มชายประมาณ 4 คน ขับรถเข้ามาที่บ้านของเจ้าของสวน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงหลายนัดใส่บ้าน ขณะนั้นภายในบ้านมีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และสมาชิกในครอบครัว ทำให้ทุกคนต้องหลบหนีเอาชีวิตรอด แม้ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่สร้างความหวาดกลัวอย่างรุนแรงแก่ผู้พักอาศัย
หลังเกิดเหตุ ตำรวจเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ สามารถสกัดรถและควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 คน ขณะที่ยังติดตามผู้ต้องหาอีก 1 คน ซึ่งหลบหนีอยู่ พร้อมทั้งเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลว่า มีผู้บงการหรือผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมหรือไม่
คดีนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทซื้อขายทุเรียน แต่เป็นคำถามสำคัญต่อสังคมว่า เหตุใดความขัดแย้งทางธุรกิจ จึงยกระดับเป็นการใช้ความรุนแรง และระบบกฎหมายจะสามารถสร้างความเชื่อมั่น ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้อย่างไร
ผมขอฝากคำถามไปยังรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- จะเร่งติดตามผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีให้ได้เมื่อใด
- จะขยายผลไปถึงผู้สั่งการหรือผู้สนับสนุนหรือไม่ หากมีหลักฐานเชื่อมโยง
- หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้อง จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดหรือไม่
- และจะมีมาตรการป้องกันไม่ให้ข้อพิพาททางการค้าในภาคเกษตรนำไปสู่การใช้ความรุนแรงซ้ำอีกอย่างไร
ประชาชนต้องการเห็นการบังคับใช้กฎหมายที่รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพสุจริตสามารถทำมาหากินได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวต่อการถูกข่มขู่หรือใช้ความรุนแรง.









