ที่ วัดดงน้อย จังหวัดลพบุรี โดย เทศบาลตำบลกกโก จัดโครงการ สืบสานวัฒนธรรมประเพณีแห่เทียนพรรษา 9 วัด ประจำปี 2569 เพื่อเป็นการส่งเสริมสืบสานและอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น ที่มีมาแต่โบราณ เพื่อให้เด็ก เยาวชน ประชาชน ในพื้นที่ได้ร่วมกัน ส่งเสริม ทํานุบำรุง พระพุทธศาสนา เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ตลอดจน เป็นการร่วมแรงร่วมใจของหน่วยงานต่าง ๆ และภาคประชาชน ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี ของคนในชุมชนและประชาชน ที่จะได้ร่วมกันทำบุญ และมีส่วนร่วมในการปลูกฝังขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน
โดยพุทธสานิกชน และกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในจังหวัดลพบุรี กว่า 1,500 คน จากกว่า 40 หน่วยงาน ได้พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดไทน ร่วมขบวนแห่เทียนพรรษา 9 วัด บริเวณหน้าห้างไทวัสดุ สาขาลพบุรี ถนนสายเลี่ยงเมืองลพบุรี พร้อมเคลื่อนขบวนแห่เทียนพรรษา 9 วัด สุดยิ่งใหญ่ตระการตา ด้วยขบวนรถบุปผชาติ และขบวนนางรำ ขบวนสาวงามเทพีนางเทียน ที่สวยงาม ประกอบด้วย ขบวนกลุ่มชาติพันธุ์ไทพวนบ้านถนนใหญ่ ขบวนกลุ่มชาติพันธุ์ลาวเวียงป่าตาล ขบวนกลุ่มชาติพันธุ์ลาวใต้ ขบวนกลุ่มชาติพันธุ์ไทยรามัญมอญเมืองละโว้ จากยุวชนไทยรามัญบางขันหมาก ขบวนเทียนพรรษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีลพบุรี ขบวนนางรำศรีกกโก ตลอดจนขบวนเทียนพรรษา ของแต่ละชุมชน อีกหลากหลายขบวน ที่ร่วมกันขับร้องเพลงในจังหวะกลองยาว และฟ้อนรำแห่เทียนกันอย่างสนุกสนาน เคลื่อนขบวนไปยังศูนย์รวม ณ วัดดงน้อย เพื่อประกอบพิธี ถวายเทียนพรรษาให้แก่คณะสงฆ์ ทั้ง 9 วัด ในตำบลกกโก ซึ่งได้แก่ วัดดงน้อย วัดโคกม่วง วัดบ้านไร่ วัดบ้านใหม่ วัดกกโก วัดใหม่จำปาทอง วัดขุนนวน วัดป่าสัก และ วัดโป่งน้อย ตำบลกกโก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
โดยปีนี้ ได้รับเกียรติจาก นายนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ให้เกียรติเดินทางเป็นประธาน ในพิธีเปิดโครงการ ในงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีแห่เทียนพรรษา 9 วัด ประจำปี 2569 ณ วัดดงน้อย ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยได้รับความเมตราจาก พระครูจันทสิริธร เจ้าอาวาสวัดดงน้อย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
นอกจากนี้ภายในงาน ยังจัดให้มี ตลาดวัฒนธรรมตำบลกกโก การท่องเที่ยวเชิงวิถีชุน และชิมอาหารพื้นบ้าน ชมการแสดงของกลุ่มชาติพันธ์ และความตระการตาของงานบุญครั้งยิ่งใหญ่ ที่มาที่เดียว ได้ทำบุญถึง 9 วัด เพื่อร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมประเพณีแห่เทียนพรรษาไปพร้อมๆ กันด้วย
ทั้งนี้ ประเพณีแห่เทียนพรรษา เกิดจากความจำเป็นที่ว่า…สมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้เช่นปัจจุบัน ดังนั้น เมื่อพระภิกษุอยู่รวมกันมากๆ เพื่อปฏิบัติกิจวัตร เช่น การสวดมนต์ตอนเช้ามืดและพลบค่ำ การศึกษาพระปริยัติธรรม การบูชาพระรัตนตรัย ฯลฯ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากเทียน ดังนั้น ชาวบ้านในอดีต จึงได้ร่วมกันนำเทียนมาถวาย ซึ่งช่วงต้นก็คงจะถวายเป็นเทียนเล็กๆธรรมดา ครั้นต่อมาก็ได้มีการมัดเทียนเล็กๆ มารวมกันเป็นต้น คล้ายต้นกล้วยหรือลำไม้ไผ่ แล้วติดกับฐาน ที่เรียกกันว่า ต้นเทียน หรือ ต้นเทียนพรรษา และก็วิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ จนเป็นเทียนพรรษาอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน
กล่าวกันว่า เทียนพรรษา เริ่มมาจากผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ซึ่งนับถือวัว ที่เป็นพาหนะของพระอิศวร เมื่อวัวตาย ก็จะเอาไขจากวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อจุดบูชาพระเป็นเจ้าที่ตนเคารพ แต่ชาวพุทธจะทำเทียนเพื่อบูชาพระรัตนตรัย โดยเอามาจากรังผึ้งร้าง ต้มเอาขี้ผึ้งมาฟั่นเป็นเทียนเล็กๆ เพื่อจุดบูชาพระ และได้ยึดเป็นประเพณีที่จะนำเทียนไปถวายพระภิกษุในช่วงเข้าพรรษา เพื่อปรารถนาให้ตนเองมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดดุจดังแสงสว่างของดวงเทียน
สำหรับปัจจุบัน ได้มีพุทธศาสนิกชนจำนวนไม่น้อยที่ถือเอาวันเข้าพรรษาเป็นวันสำรวจพฤติกรรมของตนที่ผ่านมา และตั้งจิตอธิษฐานที่จะลด ละ เลิกสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ เช่น เลิกเหล้า อดบุหรี่ การพูดจาหยาบคาย ฯลฯ ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา 3 เดือน โดยใช้วันนี้เป็นวันเริ่มต้นในการกระทำดี ซึ่งก็นับว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเพียงพอสำหรับความตั้งใจสร้างเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น อันมีอานิสงส์ทำให้ตนเอง ครอบครัวและสังคมเกิดความสุข สงบร่มเย็น
………………………………………………………….
นันท์นภัส วงศ์ใหญ่
สมชาย เกตุฉาย
ศูนย์ข่าวภาคกลางหนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพ



















