ป้าขายกาแฟโบราณ หน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี เศร้าใจ เคยได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อนมาคราวนี้โดนตัดสิทธิ์ ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระบบแจ้งมีรถจักรยานยนต์เกยกำหนดทั้งๆที่มีรถพ่วงข้างเก่าๆขายกาแฟ แต่เคยมีรถ RC อายุกว่า 20 กว่าปีเป็นซากจอดอยู่ที่บ้านแต่ไม่ได้แจ้งยกเลิกทะเบียน
ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569
กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ชีวิตความเป็นอยู่ของ “ป้าเตี้ย วัย 66 ปี” หญิงชรา ยึดอาชีพขายกาแฟโบราณรถพ่วงข้างมาเกือบ 30 ปี ขายอยู่ที่หน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี ตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่กลับไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เนื่องจากระบบแจ้งว่ามีชื่อครอบครองจักรยานยนต์ เพิ่มอีก 1 คัน ที่แท้จริงรถคันดังกล่าวเป็นซากรถเพราะไม่ได้ไปแจ้งยกเลิกทะเบียน จอดเอาไว้กว่า 10กว่าปีแล้วตนเองต้อง
โดยต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพด้วยความยากลำบาก
ป้าเตี้ย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ที่ผ่านมาเคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด แต่ปีนี้กลับถูกตัดสิทธิเนื่องจากข้อมูลความผิดพลาดเรื่องการถือครองรถยนต์ ซึ่งข้อเท็จจริงคือครอบครัวมีเพียงรถจักรยานยนต์พ่วงข้างสภาพทรุดโทรม
ขายกาแฟโบราณ
หาเลี้ยงครอบครัว และรถจักรยานยนต์เก่าอีก 1 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ RC 100 จอดทิ้งเอาไว้ที่บ้านซึ่งเป็นซากเพราะตนเองไม่ได้ไปแจ้งยกเลิกทะเบียนที่ขนส่ง
โดยปัจจุบันต้องรับภาระดูแลสมาชิกในบ้าน
ป้าเตี้ย อายุ 65 ปี แม่ค้าขายกาแฟ หน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี ได้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ผ่าน เล่าให้ฟังว่า มีรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ซึ่งรถคันดังกล่าวจอดทิ้งเอาไว้เป็นซากที่บ้านอายุกว่า 10 ปีไม่ได้แจ้งยกเลิกกับทางขนส่ง ตนเองเคยได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อปี 65 มาลงทะเบียนใหม่ในปีนี้
พอลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ระบบมันขึ้นมาว่า เป็นเจ้าของรถเกินหลักเกณฑ์ เลยไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้ จึงเดิน ทางมาเพื่อมาเข้าคิวยื่นเรื่องอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กับเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี
ป้าเตี้ย เล่าต่อว่าตนเองเสียใจที่ไม่ได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้ ตนเองได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว ฝากถึงรัฐบาลช่วยเหลือในจุดนี้ด้วยตนเองเป็นแม่ค้าขายกาแฟมีรายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว
กรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหาจากการตรวจสอบคุณสมบัติในโครงการฯ ซึ่งพบว่ามีผู้ลงทะเบียนจำนวนมากประสบปัญหาไม่ผ่านเกณฑ์ด้านทรัพย์สินจากการถือครองรถ ทั้งที่ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แม้หลักเกณฑ์จะกำหนดให้ผู้มีสิทธิสามารถมีรถจักรยานยนต์หรือรถเพื่อการเกษตรได้ตามเงื่อนไข แต่ความคลาดเคลื่อนของฐานข้อมูลส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอในการเดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการเพื่อแก้ไขข้อมูลด้วยตนเอง
ขณะนี้สังคมออนไลน์ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบความถูกต้องของฐานข้อมูลการถือครองยานพาหนะโดยด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความผิดพลาดของระบบ และคืนสิทธิสวัสดิการให้กับผู้ยากไร้ที่ควรได้รับความช่วยเหลือตามความเป็นจริง เพื่อไม่ให้ผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ ต้องสูญเสียโอกาสเพียงเพราะข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
นันท์นภัส วงศ์ใหญ่
ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวภาคกลางหนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพ










