เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ตัวแทนทีมกฎหมายวัดร่มโพธิธรรม ได้เดินทางเข้าพบเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเลย สาขาภูกระดึง เพื่อให้ถ้อยคำและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบแนวเขตที่ดินของทางวัด
ในการเข้าพบครั้งนี้ ทีมกฎหมายได้ชี้แจงและยืนยันถึงความถูกต้องของการชี้แนวเขตและรังวัดที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 172 โดยระบุว่า ตำแหน่งที่ตั้งของวัดมีความชัดเจน และตรงตามหลักฐานแผนผังสิ่งปลูกสร้างทุกประการ ทั้งนี้ ตามระเบียบกฎหมายการสร้างและตั้งวัดให้เป็นนิติบุคคลนั้น สิ่งปลูกสร้างจะต้องตั้งอยู่บนที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 172 ซึ่งในอดีต นายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอในขณะนั้น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและรับรองแล้วว่า เสนาสนะต่างๆ ของวัด ประกอบด้วย กุฏิสงฆ์จำนวน 42 หลัง ศาลาการเปรียญ และสระน้ำ 2 แห่ง ได้ถูกสร้างขึ้นภายในเขตที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 172 จริง
นอกจากนี้ ทีมกฎหมายฯ ยังได้นำเสนอพยานหลักฐานเพื่อยืนยันสถานะทางกฎหมายว่า “วัดร่มโพธิธรรม” มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 31(2) อย่างสมบูรณ์มาตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2548 โดยผ่านกระบวนการพิจารณาเห็นชอบตามลำดับชั้นอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับประเทศ ได้แก่ เจ้าคณะตำบลหนองหิน, เจ้าคณะอำเภอหนองหิน, นายอำเภอหนองหิน, ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย, สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเลย, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม จนกระทั่งได้รับการพิจารณาอนุมัติ โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น) เป็นผู้ลงนามรับทราบและเห็นชอบ
ในช่วงท้ายของการหารือ ทีมกฎหมายวัดร่มโพธิธรรม ได้กล่าวย้ำถึงจุดยืนของทางวัดว่า ทางวัดพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ในทุกขั้นตอน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าพนักงานที่ดินฯ ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยขอให้ปฏิบัติงานด้วยความสบายใจและยึดมั่นในหลักความถูกต้องของกฎหมายเป็นสำคัญ










