วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569
ว่าที่ พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ,รองโฆษกคณะกรรมาธิการการกฏหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา กล่าวว่า จากที่เคยอภิปรายในคราวการปรึกษาหารือ ของสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถยนต์แยกตามพลังงานนั้น เห็นด้วยกับแนวทางที่กรมการขนส่งทางบก ได้ยกร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ เพื่อกำหนดรูปแบบของป้ายทะเบียนรถ รถไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV เพิ่มความสะดวกให้บริหารจัดการ ของภาครัฐ รวมถึงช่วยด้านความปลอดภัย เมื่อเกิดอุบัติอุบัติเหตุ ถึงแม้ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ยังอยู่ในขั้นขั้นตอนการดำเนินการ และยังไม่มีผลบังคับใช้ในขณะนี้ แต่มีการเปิดเผยสาระสำคัญเกี่ยวกับรูปแบบป้ายทะเบียนใหม่ และแนวทางการใช้งานสำหรับรถอีวี ทางรถใหม่และรถเก่า ที่จดทะเบียนไปก่อนหน้านี้แล้ว
สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล ที่จดทะเบียนใหม่ใช้แผ่นป้ายทะเบียนแบบพื้นสีฟ้าสะท้อนแสง เพื่อให้สามารถสังเกตได้ง่าย ว่าเป็นรถพลังงานไฟฟ้า การแยกสีป้ายทะเบียนจะช่วยให้ทั้งประชาชน และเจ้าหน้าที่สามารถระบุประเภทรถได้ทันทีจากภายนอก โดยไม่ต้องตรวจสอบจากฐานข้อมูลทะเบียนรถ
สำหรับเจ้าของรถ EV ที่จดทะเบียนไปก่อนหน้าร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นป้ายทะเบียนมาตรฐาน ป้ายขาว หรือป้ายประมูล จะไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ แนวทางที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ คือให้ติด เครื่องหมายพิเศษ ลงบนป้ายทะเบียนเดิมแทน โดยเจ้าของรถจะมีระยะเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี นับจากวันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ
รถไฟฟ้าที่อยู่ในกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ รถบริการ หรือรถใช้งานเฉพาะทาง จะยังคงใช้สีป้ายทะเบียนตามประเภทของรถเหมือนเดิม แต่จะเพิ่มเครื่องหมายพิเศษบนแผ่นป้าย เพื่อแสดงว่าเป็นรถพลังงานไฟฟ้า
แนวทางนี้ช่วยให้ยังคงรูปแบบการแบ่งประเภทของรถตามกฎหมายเดิม ขณะเดียวกัน ก็สามารถระบุได้ว่าใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
เหตุที่ต้องแยก แม้ว่ากรมการขนส่งทางบก จะมีข้อมูลประเภทเชื้อเพลิงของรถทุกคันอยู่ในระบบทะเบียนอยู่แล้ว แต่การมีป้ายทะเบียนที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก จะช่วยให้หลายหน่วยงานทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือเรื่อง ความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพราะรถยนต์ไฟฟ้ามีระบบแบตเตอรี่แรงดันสูง ซึ่งต้องใช้ขั้นตอนการกู้ภัยและการระงับ เหตุที่แตกต่างจาก รถใช้น้ำมันหากเจ้าหน้าที่สามารถระบุได้ทันทีว่าเป็นรถอีวี ก็จะเลือกใช้อุปกรณ์และวิธีช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่วหรือไฟไหม้แบตเตอรี่ อีกหนึ่งสาเหตุที่กรมการขนส่งทางบกระบุไว้คือการมีป้ายทะเบียนที่แยกประเภทอย่างชัดเจน จะจะช่วยให้หน่วยงานต่างต่างสามารถนำไปใช้กำหนดสิทธิ์ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างเช่นผู้ใช้บริการทางด่วน ห้างสรรพสินค้า ลานจอดรถหรือพื้นที่ควบคุมมลพิษ สามารถตรวจสอบได้ทันที ว่ารถคันใดเป็นรถไฟฟ้าโดยไม่ต้องเชื่อมฐานข้อมูลทะเบียนทุกครั้ง และแนวทางดังกล่าวอาจช่วยในการมอบสิทธิ์ประโยชน์ เช่น ส่วนลดค่าทางด่วน สิทธิ์จอดรถ หรือสิทธิ์เข้าใช้งานพื้นที่เฉพาะสำหรับรถปล่อยมลพิษต่ำ ทำให้สะดวกมากขึ้นในอนาคต
แม้จะมีการเปิดเผยรายละเอียดของร่าง กฎกระทรวงแล้ว แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย และยังไม่มีผลบังคับใช้ดังนั้น เจ้าของรถอีวียังไม่ต้องดำเนินการเปลี่ยนป้ายทะเบียน หรือขอติดตั้งเครื่องหมายพิเศษในตอนนี้ โดยควรรอประกาศอย่างเป็นทางการ จากกรมการขนส่งทางบกอีกครั้ง หากร่างกฎกระทรวง ได้รับความเห็นชอบและประกาศใช้การต่อไป
สำหรับรถที่ติดแก๊ส ที่มีการใช้อยู่เป็นจำนวนมากนั้น ก็อยากให้กรมการขนส่งทางบก กำหนดสีป้ายทะเบียนแยกประเภทให้ชัดเจน เหมือนรถอีวี เพื่อความปลอดภัย รวมทั้งการบริหารจัดการด้านอื่นๆ เช่นกัน














