11 สิงหาคม 2569 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทยเข้าสู่ตลาดฮาลาลโลกผ่านโครงการ DIPROM RESTRO POWER (Halal Version) ภายใต้แนวคิด “Local to Global” มุ่งยกระดับร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคมุสลิม (Muslim Friendly) และผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลให้ก้าวสู่ธุรกิจที่มีแบรนด์ มีระบบและพร้อมแข่งขันในตลาดโลก เน้นเชื่อมโยงจุดแข็งของอาหารฮาลาล พลังสร้างสรรค์ วัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่น และการสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยนายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปสู่ระดับสากล
เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาแค่ความถูกต้องตามมาตรฐานฮาลาลเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัย คุณภาพของวัตถุดิบ รวมถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ภายใต้การบริหารงานของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการไทยในทุกมิติ
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนามาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการใช้จุดแข็งของอาหารไทย วัตถุดิบท้องถิ่น พลังสร้างสรรค์ และการสร้างแบรนด์ อันเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจอาหารฮาลาลและอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างยั่งยืนผ่านกิจกรรม DIPROM RESTRO POWER (Halal Version) ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อผู้บริโภคมุสลิม (Muslim Friendly) และผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลให้สามารถยกระดับธุรกิจจาก “ร้านอาหารท้องถิ่น” ไปสู่ “ธุรกิจอาหารที่มีแบรนด์ มีมาตรฐาน มีระบบ และพร้อมแข่งขันในตลาดโลก” ภายใต้แนวคิด Local to Global โดยเชื่อมโยงจุดแข็งของ อาหารฮาลาล พลังสร้างสรรค์ วัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่น และการสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมอาหารไทยและขยายโอกาสผู้ประกอบการอาหารไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบท้องถิ่นและการยกระดับสู่มาตรฐานฮาลาล
ซึ่งจะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางการค้าในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศกิจกรรมนี้ เป็นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการแบบครบกระบวนการ ตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพของธุรกิจ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษาแบบรายกิจการ การพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ร่วมกับเชฟและผู้เชี่ยวชาญการสร้างแบรนด์ การวางระบบบริหารร้านอาหาร การพัฒนาช่องทางตลาด ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้และต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้จริง นอกจากนี้ หัวใจสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือ การผลักดันให้ผู้ประกอบการนำวัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่นและสินค้า GI (Geographical Indication) มาพัฒนาเป็นเมนูและผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านแบรนด์ผสานมาตรฐานฮาลาลกับอัตลักษณ์อาหารไทยเพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าในตลาดโลก สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการใช้พลังสร้างสรรค์ (Soft Power) ของประเทศนายพลาวุธ กล่าวต่อว่า กิจกรรมนี้ เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยนำพาทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปต่อยอดสู่ตลาดโลก โดยขับเคลื่อนผ่านกลุ่มธุรกิจ “ธุรกิจของชาวมุสลิม (Halal by Owner)” และ “ธุรกิจทั่วไปที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม (Muslim Friendly)” ซึ่งการบูรณาการทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมและความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์จากชุมชนสามารถแข่งขันและเติบโตในอุตสาหกรรมอาหารระดับสากลได้อย่างยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลาดำเนินกิจกรรมดังกล่าว มีผู้ประกอบการ 13 แบรนด์จากทั่วประเทศ
ได้ผ่านกระบวนการพัฒนาศักยภาพอย่างเข้มข้น ทั้งวิเคราะห์ธุรกิจ ออกแบบโมเดลธุรกิจ สร้างแบรนด์ การบริหารต้นทุน การพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการร้านอาหารสมัยใหม่ การให้คำปรึกษาเชิงลึก และพัฒนาเมนูร่วมกับเชฟผู้เชี่ยวชาญ อันจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาต้นแบบเมนูและผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างแนวคิดการสร้างแบรนด์ วางระบบการบริหารจัดการร้านอาหาร พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสู่สินค้าเชิงพาณิชย์ การขยายสาขา แฟรนไชส์ การผลิต OEM และการส่งออกในอนาคตสำหรับงาน “HALAL FOOD STYLING CHALLENGE” ในวันนี้ จะเป็นเวทีที่แสดงศักยภาพของผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นและสินค้า GI ผ่านการออกแบบอาหาร การเล่าเรื่อง และการนำเสนอแนวคิดทางธุรกิจ โดยมีการประกวดและมอบรางวัล 3 ประเภท ได้แก่ 1) Best Creative Menu & Taste with Local Raw Materials 2) Best Food Styling Presentation with Local Raw Materials และ 3) Best Storytelling &Taste with Local Materials เพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่นและยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล และการแสดงผลงานอาหารที่โดดเด่นของแต่ละร้าน นอกจากนี้ ยังจัดเวทีเสวนาพิเศษด้านการพัฒนาธุรกิจอาหารและการบริหารธุรกิจร้านอาหารหลายสาขาในประเทศไทยและต่างประเทศ “นายพลาวุธ กล่าวทิ้งท้าย”






















