เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 สมาคมเชื้อสายปากีสถานไทย (OPATH) ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 79 ปี วันเอกราชแห่งสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ ความสามัคคี และมิตรภาพอันอบอุ่นของชาวปากีสถานที่พำนักในประเทศไทย
โดยได้รับเกียรติจากคณะทูตานุทูต ผู้บริหารหน่วยงาน ผู้นำศาสนา นักธุรกิจ และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ตลอดจนความร่วมมือที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ
การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก นายอับดุล กัฟฟาร์ วาร์ซี ประธานกิตติมศักดิ์ OPATH และประธานหอการค้าไทย – ปากีสถาน (TPCC) ร่วมกับ นายมูฮัมหมัด อัซฮาร์ เวิร์ก นายกสมาคมเชื้อสายปากีสถานไทย (OPATH) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคม ตลอดจนสมาชิก OPATH และ TPCC ซึ่งเป็นตัวแทนของชุมนุมชาวปากีสถานในประเทศไทยกว่า 700 คน
โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิด ต่อด้วยการกล่าวแสดงความยินดีโดย นายสวาป เผ่าประทาน รองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายวัชระพล โกมลตะเมธี ประธานมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย และ Mr. Salman Pervez อุปทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย ในฐานะแขกเกียรติยศ เข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญดังกล่าว
สำหรับเครือข่ายชุมชนไทย–ปากีสถาน ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก นายไตมูร์ อาลี เชห์ซาด ประธานสาขาภูเก็ต และนายโอเมอร์ ฟารูก บุตต์ ประธานสาขาพัทยา รวมถึงสมาชิกชุมชนชาวไทย–ปากีสถานจากทั่วประเทศ ที่พร้อมใจกันเข้าร่วมกิจกรรมและสนับสนุนการจัดงานอย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้งานเฉลิมฉลองครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
สมาคมเชื้อสายปากีสถานไทย (OPATH) และหอการค้าไทย–ปากีสถาน (TPCC) ได้กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ให้เกียรติเข้าร่วมงาน พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและปากีสถาน ทั้งในด้านสังคม วัฒนธรรม การศึกษา และเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมืออย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของมิตรภาพ ความเข้าใจ และความเคารพซึ่งกันและกัน
งานเฉลิมฉลองครบรอบ 79 ปี วันเอกราชแห่งสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจของชาวปากีสถานเท่านั้น หากยังเป็นเวทีสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และสะท้อนพลังแห่งความสามัคคีของชุมชนไทย–ปากีสถานที่เติบโตอย่างเข้มแข็งในประเทศไทย





















