วันพฤหัสบดี ที่ 20 สิงหาคม 2569 กรุงเทพฯ
ว่าที่ พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า “ กรณีที่ชาวบ้านสงสัย ถึงความโปร่งใส ของผู้ต้องโทษคดียาเสพติดระดับโลก ที่มีคำพิพากษาประหารชีวิต ต่อมาสารภาพได้รับการลดโทษจำคุกตลอดชีวิต เป็นที่กังขาของประชาชน ที่ผู้ต้องหาดังกล่าว อยู่ในเรือนจำเป็นระยะเวลาแค่ 9 ปี 10 เดือนนั้น
กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ ต้องชี้แจงกรณี “เล่าต๋า” ซึ่งทำให้สังคมตั้งคำถามสำคัญว่า
คนที่ศาลพิพากษาลงโทษอย่างหนัก เหตุใดระยะเวลาที่อยู่ในเรือนจำจริงจึงอาจแตกต่างจากโทษตามคำพิพากษาอย่างมาก?
ผมไม่ได้คัดค้านหลักการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขัง และไม่ได้คัดค้านการพระราชทานอภัยโทษ เพราะเป็นกระบวนการตามกฎหมาย
แต่สิ่งที่กระทรวงยุติธรรมควรทบทวน คือ ระบบกลั่นกรองก่อนที่ผู้ต้องขังจะได้รับประโยชน์จากการลดวันต้องโทษ การพักการลงโทษ การเลื่อนชั้น และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการลดโทษ
ปัจจุบันกฎกระทรวงกำหนดให้ผู้ที่จะได้รับการพิจารณาปล่อยตัวจากการลดวันต้องโทษ ต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะทำงานประจำเรือนจำ และยังมีกระบวนการพิจารณาตามกฎหมายราชทัณฑ์ (AnyFlip)
ผมจึงเสนอแนะ ให้กระทรวงยุติธรรมปรับระบบ 5 เรื่อง
หนึ่ง เพิ่มบุคคลภายนอกในกระบวนการกลั่นกรอง โดยเฉพาะผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุล ไม่ควรให้การประเมินพฤติกรรมของผู้ต้องขังพึ่งข้อมูลจากฝ่ายราชทัณฑ์เพียงด้านเดียว
สอง คดีร้ายแรง คดียาเสพติดรายใหญ่ คดีอาชญากรรมองค์กร หรือคดีที่กระทบต่อความปลอดภัยของสังคม ต้องมี การประเมินความเสี่ยงก่อนปล่อยเป็นกรณีพิเศษ
สาม การเลื่อนชั้นนักโทษต้องตรวจสอบได้ เพราะ “ชั้นนักโทษ” มีผลต่อสิทธิประโยชน์หลายประการ รวมถึงหลักเกณฑ์การลดโทษในพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษด้วย ตัวอย่างพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2569 กำหนดอัตราการลดโทษแตกต่างกันตามชั้นนักโทษ และมีหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับความผิดยาเสพติดร้ายแรง (Thai PBS)
สี่ จัดทำประวัติการได้รับประโยชน์ทางราชทัณฑ์ของนักโทษแต่ละรายอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่วันรับโทษ การเลื่อนชั้น การลดวันต้องโทษ การพักโทษ จนถึงการได้รับพระราชทานอภัยโทษ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า จากโทษตามคำพิพากษา เหลือโทษจริงได้อย่างไร
ห้า คดีสำคัญควรมีระบบตรวจสอบซ้ำจากส่วนกลางก่อนปล่อยตัว เพื่อป้องกันช่องว่าง การใช้ดุลพินิจที่ไม่ได้มาตรฐาน และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
กรณีเล่าต๋าจึงไม่ควรถูกมองเพียงว่า “ทำไมออกจากเรือนจำเร็ว”
แต่ควรใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อถามทั้งระบบว่า
การเลื่อนชั้นถูกต้อง หรือไม่ ลดโทษกี่ครั้ง ใช้กฎหมายฉบับใด ใครเป็นผู้กลั่นกรอง และระบบตรวจสอบมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่
กระทรวงยุติธรรมต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า
คำพิพากษาของศาลมีความหมาย การให้โอกาสผู้ต้องขังมีหลักเกณฑ์ และทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้
เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม และความเชื่อมั่นของประชาชน ไม่เช่นนั้น จะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ เป็น “เล่าต๋า ไอดอล” และมีความเชื่อว่า ไปค้ายาเสพติด โดนจับได้ ติดคุกไม่กี่ปี ก็ออกมาใช้เงินจากยาเสพติดเสวยสุขได้ และไม่เกรงกลัวกฎหมายอีกต่อไป










