วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 14.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.)
คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยนายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แถลงสรุปการจัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง “การบริหารความมั่นคงภายในอย่างยั่งยืน : บทบาทและทิศทางของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ในมิติบูรณาการ” โดยกล่าวว่า การศึกษาเรื่องนี้เกิดขึ้นจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่าควรจะ “ยุบ หรือ อยู่” สำหรับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งได้ก่อตั้งปี พ.ศ. 2508 และมีการแก้ไขกฎหมายครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2551 ซึ่งผ่านมานานกว่า 18 ปีแล้วที่ไม่มีการปรับปรุงระเบียบหรือพระราชบัญญัติ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ใช้เวลาศึกษาวิจัยเรื่องนี้มาเป็นเวลา 1 ปีเต็มและจัดเวทีเสวนาทางวิชาการในครั้งนี้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการด้านความมั่นคงภายในประเทศ และรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านจากทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานความมั่นคง กอ.รมน. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กระทรวงมหาดไทย และภาคประชาสังคม
พลเอก นักรบ บุญบัวทอง รองประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่สลับซับซ้อนและมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น แก๊งสแกมเมอร์ (คอลเซ็นเตอร์) ปัญหายาเสพติดและภัยคุกคามทางไซเบอร์ เนื่องจากกฎหมาย กอ.รมน. พ.ศ. 2551 ไม่มีความสอดคล้องกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ กอ.รมน. จะต้องปรับหน่วยงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ทำการศึกษาวิจัยโดยถอดบทเรียนจากต่างประเทศ อาทิ ระบบความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security) ของสหรัฐอเมริกา และระบบโฮมออฟฟิศ (Home Office) ของอังกฤษ สามารถสรุปทางเลือกออกมาเป็น 3 แนวทาง ดังนี้ 1) ให้คง กอ.รมน. ไว้ตามเดิม แต่ปรับปรุงและขยายโครงสร้างขึ้นเป็น “กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ” 2) ให้ กอ.รมน. ทำหน้าที่ในลักษณะของระบบโฮมออฟฟิศ (Home Office) ดูแลความมั่นคงภายในทั้งประเทศ โดยต้องปรับแก้โครงสร้างหน่วยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้อำนาจในการสั่งการได้ตั้งแต่ในเวลาปกติ และ 3) ยกเลิก กอ.รมน. แล้วโอนภารกิจการดูแลความมั่นคงภายในทั้งหมดไปให้กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบโดยตรงเนื่องจากมีหน้าที่ดูแลเรื่องความมั่นคงภายใน จากผลการสัมมนาในวันนี้ มีทั้งความเห็นที่สอดคล้องและเห็นต่าง ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยจะนำข้อคิดเห็นไปปรับปรุงเอกสารการวิจัยให้สมบูรณ์ก่อนที่จะนำเสนอต่อรัฐบาลและรัฐสภาต่อไป










