กลุ่มบริษัทมินีแบ (minebea) เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขยายฐานการผลิตและยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ที่อยู่ในไทยมานานกว่า 40 ปี ตัดสินใจลงทุนเพิ่มอีก 2,600 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานแห่งใหม่ในจังหวัดลพบุรี พร้อมประกาศยกระดับประเทศไทยเป็น Global Core Factory หรือฐานการผลิตหลักระดับโลกของธุรกิจการบินในเครือ
สำนักข่าว ข่าวสืบสวน ได้รับแหล่งข่าวประดับสูง ของกลุ่มบริษัทมินีแบ (minebea) ว่า
ในวันที่หลายคนกังวลว่าโรงงานจะย้ายออกจากไทย ข่าวนี้กำลังสะท้อนภาพอีกด้านหนึ่งของเศรษฐกิจโลก
ในวันนี้ บริษัท NMB-Minebea Thai กลุ่มทุนญี่ปุ่นที่อยู่ในไทยมานานกว่า 40 ปี ตัดสินใจลงทุนเพิ่มอีก 2,600 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานแห่งใหม่ในจังหวัดลพบุรี พร้อมประกาศยกระดับประเทศไทยเป็น Global Core Factory หรือฐานการผลิตหลักระดับโลกของธุรกิจการบินในเครือ
โรงงานแห่งใหม่นี้มีพื้นที่กว่า 16,500 ตารางเมตร ผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการบิน เช่น Ball, Race Bush, Bolt และ Sleeve ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ต้องการความแม่นยำสูงและมาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกับที่ใช้ในเครื่องบินของ Airbus และ Boeing
ที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่การลงทุนแบบตั้งโรงงานแล้วจบ
สำนักข่าวข่าวสืบสวน ได้รับการเปิดเผยแหล่งข่าวประดับสูงของกลุ่มบริษัทมินีแบ (minebea) อีกว่า
บริษัทประกาศเตรียมตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงในประเทศไทยด้วย
ถ้ามองย้อนกลับไป มินีแบมิตซูมิเริ่มลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 2525
วันนี้มีเงินลงทุนสะสมกว่า 115,000 ล้านบาท ผ่าน 65 โครงการ จ้างงานคนไทยมากกว่า 31,000 คน และยังเป็นฐานการผลิต Miniature Ball Bearings ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
คำถามคือ ทำไมบริษัทญี่ปุ่นยังเลือกไทย ในวันที่หลายประเทศแข่งขันดึงดูดการลงทุนกันหนักมาก
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่สิ่งที่ผู้บริหารบริษัทพูดออกมาตรงๆ
โลกกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานและความไม่แน่นอนของซัพพลายเชนการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบินที่กำลังเร่งผลิตเครื่องบินเพื่อตอบรับการเดินทางที่ฟื้นตัวหลังโควิด
แต่ประเทศไทยยังรักษาเสถียรภาพการผลิตได้ดี มีแรงงานฝีมือ มีโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมครบ และมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่พร้อมรองรับการผลิตระดับโลก
มุมที่นักลงทุนควรมองให้ลึกกว่าตัวเลข 2,600 ล้านบาท คือไทยกำลังขยับจากฐานการผลิตแบบใช้แรงงานราคาถูก ไปสู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น
ชิ้นส่วนอากาศยานไม่ใช่สินค้าที่ใครก็ผลิตได้
ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ใช้บุคลากรเฉพาะทาง และต้องมีระบบควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดมาก
เมื่อโรงงานระดับนี้เข้ามา สิ่งที่ตามมาคืองานคุณภาพสูง รายได้ที่สูงขึ้น การถ่ายทอดเทคโนโลยี และความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อุตสาหกรรมรอบใหม่
สำหรับภาคอสังหาฯ นี่คืออีกสัญญาณที่น่าสนใจ
เพราะทุกครั้งที่เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมไฮเทค มักตามมาด้วยความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับวิศวกร ผู้บริหาร และแรงงานทักษะสูง รวมถึงการเติบโตของโลจิสติกส์ คลังสินค้า และนิคมอุตสาหกรรมโดยรอบ
โลกกำลังจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่อีกครั้ง
และดูเหมือนว่าไทยยังคงเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของทุนญี่ปุ่น
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือจะมีผู้ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานรายอื่นย้ายฐานตามเข้ามาหรือไม่ และไทยจะต่อยอดจากฐานการผลิตไปสู่การเป็นศูนย์กลางวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการบินของภูมิภาคได้มากแค่ไหนในอีก 5-10 ปีข้างหน้า
จะทำให้จังหวัดลพบุรีเป็นจุดรวม
ศูนย์กลางวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการบินของภูมิภาค จะสร้างงานอีกจำนวนมาก
นันท์นภัส วงศ์ใหญ่
ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวภาคกลางหนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพ








