วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569 ห้องประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ
ว่าที่ พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ (สว.ช้าง) สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดระยอง ได้หารือต่อที่ประชุมวุฒิสภา เรื่อง ผังเมืองรวมชุมชนวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ ประมาณ 394.41 ตารางกิโลเมตร 4 ตำบล ได้แก่ วังจันทร์ ชุมแสง ป่ายุบใน และพลงตาเอี่ยม
ผมไม่ได้คัดค้าน EEC แต่ผมขอตั้งคำถามว่า
“เรากำลังวางผังเพื่ออนาคตของคนวังจันทร์ หรือวางผังเพื่อรองรับการลงทุนเป็นหลัก?”
ผมมีข้อห่วงใย 3 เรื่อง
เรื่องแรก สิทธิของประชาชน
การเปลี่ยนประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส่งผลโดยตรงต่อสิทธิ และมูลค่าทรัพย์สินของประชาชน ที่สำคัญ ในกระบวนการ ปิดประกาศ 90 วัน มีผู้มีส่วนได้เสีย ยื่นคำร้องรวม 77 ราย 5 เรื่อง แต่ได้รับความเห็นชอบเพียง 1 เรื่อง และยก 4 เรื่อง
ผมจึงถามว่า เสียงของประชาชน 77 รายได้รับการพิจารณาอย่างไร?
เรื่องที่สอง โครงสร้างพื้นฐานพร้อมหรือยัง?
เมื่อ EEC ขยาย คน รถ อาคาร และการลงทุนเพิ่มขึ้น ถนน น้ำประปา ระบบระบายน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย โรงพยาบาล และโรงเรียน พร้อมหรือไม่?
อย่าให้เกิดสภาพ “ผังมาก่อน แต่โครงสร้างพื้นฐานตามไม่ทัน”
เรื่องที่สาม ต้องรักษาพื้นที่เกษตร และแหล่งน้ำ
วังจันทร์เป็นทั้งพื้นที่เกษตร พื้นที่ลุ่มน้ำ และเกี่ยวข้องกับ อ่างเก็บน้ำประแสร์ และแม่น้ำประแสร์
หากเปิดรับการพัฒนาเพิ่มขึ้น รัฐต้องตอบให้ได้ว่า
กิจการอะไรเข้าได้? ใช้น้ำเท่าไร? ปล่อยน้ำเสียเท่าไร? และใครรับผิดชอบเมื่อเกิดผลกระทบ?
ผมจึงขอเสนอ 5 เรื่อง
หนึ่ง เปิดเผยแผนที่ ผังเดิม–ผัง EEC–ผังใหม่ ให้ประชาชนตรวจสอบได้
สอง ทบทวนพื้นที่ ที่มีข้อร้องเรียน และรับฟังประชาชนอีกครั้ง
สาม กำหนดเขตคุ้มครองอ่างเก็บน้ำประแสร์ แม่น้ำประแสร์ ป่าไม้ และพื้นที่เกษตรสำคัญ
สี่ โครงการขนาดใหญ่ต้องได้รับอนุญาต เมื่อโครงสร้างพื้นฐาน และระบบบำบัดน้ำเสียพร้อม
และ ห้า ให้ประชาชนและท้องถิ่น ร่วมติดตามตรวจสอบการใช้ผังทุกปี
EEC ต้องสร้างความเจริญ แต่ความเจริญ ต้องไม่แลกกับสิทธิประชาชน พื้นที่เกษตร และแหล่งน้ำของระยอง
อีก 10–20 ปีข้างหน้า เราต้องตอบให้ได้ว่า คนวังจันทร์ได้อะไร จากผังเมืองฉบับนี้ และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น จริงหรือไม่
สุดท้าย ขอฝากกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง และ EEC ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังครับ










