“หวาดเสียวทั้งคอนโด” เฉียดภัยร้าย หลังหนุ่มลอดช่องหลบหนีคดียานรกกว่า 3 ปีหอบเงินหนีมาไทย สั่งสารพิษและสารประกอบวัตถุระเบิด อ้างจะใช้ทำร้ายตัวเองเพราะตรอมใจ
จากเบาะแสของประชาชนร้องเรียนเรื่องยาไอซ์คลุ้มคลั่ง ลงมือทำร้ายร่างกายและหน่วงเหนี่ยวกักขังลักษณะคล้ายพวกวิปริตทางเพศ ชุดสืบสวนรองจ๋อใช้เวลากว่า 3 เดือนจากคดียาไอซ์นำไปสู่การสืบสวนแผนการอันน่ากลัว
สุดท้าย รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ “หยุดแผนการ” ไว้ทัน น.1 นำทีมรุดสอบสวนกลางดึก เจ้าตัวรับหลบหนีคดียาเสพติดจากสิงคโปร์ ตรอมใจเพราะถูกหักหลังคิดจะปลิดชีพตัวเอง จึงสั่งสารพิษ -สารเคมีต่างๆ จำนวนมาก แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเพราะสารเคมีมีจำนวนมากสามารถทำให้เกิดภัยร้ายแรงได้ ขยายผลถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 : พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศอ.ปส.ตร.,พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับเบาะแสร้องเรียนยาเสพติดของประชาชนที่สร้างความเดือดร้อนอย่างจริงจัง
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำฯ,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด,พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9,พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น.,พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5,พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.,ร.ต.อ.เลิศวริศ เลิศวรปรีชา รอง สว.ฝอ.บก.สส.บช.น. ศูนย์ยาเสพติด บช น.น. ร่วมกับ พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง พร้อมทั้งกำลังศูนย์ยาเสพติด บช.น. และ บก สืบสวน สตม เพื่อปฏิบัติการ สืบสวนติดตามจับกุมตัว
Mr.JOEL (นายโจเอล ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ถูกแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายและ เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด” ในส่วนข้อหาเกี่ยวกับการตระเตรียมวัตถุระเบิดและการสั่งสารอันตราย อยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจพิสูจน์เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป
ตรวจสอบประวัติโดยการประสานข้อมูลกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางสิงคโปร์ (CNB) พบว่า Mr.Joel เป็นอาชญากรระดับเฝ้าระวังที่มีหมายจับติดตัวในประเทศสิงคโปร์ โดยมีประวัติการกระทำความผิดสะสมทั้งในคดียาเสพติดและคดีอาญาอุกฉกรรจ์อย่างเป็นจำนวนมาก ถือเป็นบุคคลอันตรายที่มีพฤติการณ์กระทำผิดซ้ำซากและเป็นภัยต่อความมั่นคง จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ คอนโดชื่อดังย่านบางแค กรุงเทพฯ พื้นที่รับผิดชอบ สน.หลักสอง ตรวจยึดของกลาง 1.ไอซ์ จำนวน 3 กรัม พร้อมอุปกรณ์เสพยาเสพติดจำนวนมาก,2.เงินสด 200,000 บาท และ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง (พบหลักฐานการสั่งสารพิษสังหารหมู่มูลค่า 18,000 บาท),3.สารเคมีประกอบวัตถุระเบิด/สารอันตราย:ดินประสิว1/2 กิโลกรัม,โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์,สารละลายแอมโมเนีย,กรดไนตริก,บอแรกซ์ (BORAX),4.อุปกรณ์จุดชนวน 2 ชิ้น และ 5.กระป๋องแก๊ส 5 กระป๋อง
พฤติการณ์กล่าวคือ เมื่อปลายเดือน มกราคม 2569 สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้รับแจ้งเบาะแสว่าชาวสิงคโปร์รายหนึ่งนามว่า Mr.JOEL (โจเอล) หลบหนีคดีมากบดานอยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาไอซ์แล้วคลุ้มคลั่ง ลงมือกระทำด้วยความรุนแรง ทำร้ายร่างกายและหน่วงเหนี่ยวกักขังลักษณะคล้ายพวกวิปริตทางเพศ
หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. แกะรอยนานกว่า 3 เดือนเพราะตัวตนของ Mr.JOEL กลับลึกลับจนกระทั่งมีการประสานงานกับ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางสิงคโปร์ (CNB) จนทราบว่า Mr.JOEL คือ “อาชญากรระดับเฝ้าระวังพิเศษ” หลังได้ก่อคดีอาญาและคดียาเสพติด “ยาวเป็นหางว่าว” ในประเทศสิงคโปร์ เขาใช้ใบหน้าที่หล่อเหลาและดูอ่อนกว่าวัยแฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยเกือบ 3 ปีในคราบ “นักศึกษา” เล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่มาได้เพราะยังไม่มีชื่อในบัญชีหมายจับอินเตอร์โพล 2 สัปดาห์แห่งการไล่ล่าอาชญากรข้ามชาติ ชุดสืบสวนยังไม่พบร่องรอยใดๆ ของ Mr.JOEL ได้มาเพียงเบาะแสเล็กน้อยให้ไปต่อเพียงว่า “คนร้ายชอบไปหาสาวเอ็นย่านกลางเมือง” แม้จะยากแต่เป็นทางเดียวที่เหลืออยู่ ชุดสืบสวนจึงต้องแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว ตระเวนหาข่าวในย่านนั้นนานนับสัปดาห์ กระทั่งได้พบกับสาวเอ็นเตอร์เทนรายหนึ่ง ระหว่างที่ชุดสืบสวนที่ปลอมตัวเป็นเสี่ยพูดคุยปรากฏจึงทราบว่ารู้จัก Mr.JOEL ชุดสืบสวนไม่รอช้ารีบวิ่งไปถอนเงินเพื่อจะมาซื้อดื่มกับเธอเพื่อให้ได้พูดคุยกับเธอมากที่สุด เมื่อบรรยากาศได้ที่แล้วหญิงสาวเริ่มพูดถึงเรื่องของ Mr.JOEL ที่มักจะใช้ความรุนแรงกับเธอ กระทำเธอด้วยความรุนแรงจนเส้นเลือดในตาเธอแตก โดยเธอยังเล่าอีกว่าปัจจุบัน Mr.JOEL มีอาการคลุ้มคลั่งตัดพ้อและชักชวนให้เธอกระโดดตึกพร้อมๆกัน หรือข่มขู่ว่าจะใช้มีดมาทำร้ายเธอ และที่น่ากลัวที่สุดคือการวางแผนที่จะนำยาพิษใช้สังหารหมู่ (สงวนชื่อยา) ไปใส่ในแท้งค์น้ำ โดยคราแรกชุดสืบสวนคิดว่าเป็นเพียงเทคนิคสร้างเรื่องราวของสาวดริ้ง เพื่อเรียกความสนใจจากแขก กระทั่งการสืบสวนได้เจาะลึงลงไปจนพบหลักฐานที่ทำให้ต้องรวดเร็ว และรัดกุม คือข้อมูลที่ Mr.Joel สั่งซื้อยาพิษใช้สังหารหมู่ (สงวนชื่อยา) ซึ่งแรงกว่ามอร์ฟีน 10,000 เท่า จำนวน 20 กรัม และ ยาที่ใช้ในการการุณยฆาตสัตว์หรือการประหารชีวิต อีกจำนวน 10 กรัม โดยสั่งซื้อจากดาร์กเว็บพร้อมกับการชำระเงินอย่างเรียบร้อย ซึ่งตามทฤษฎีทางเคมี ปริมาณยาดังกล่าวสามารถคร่าชีวิตผู้คนได้จำนวนมาก หากได้ลงมือจริง เมื่อชุดสืบสวนรับรู้ข้อมูลดังกล่าว จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบในทันที การไล่ล่าสุดใจได้เริ่มต้นขึ้น
โดยวันที่ 3 ก.ย.2569 กำลังศอ.ปส.บช.น. ร่วมกับ บก.สส.สตม. บุกเข้าคอนโดหรูย่านบางแค วางกำลังเฝ้าก่อนบุกชาร์จห้องพักจับกุมตัว Mr.JOEL ไว้ได้สำเร็จโดยการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบยาเสพติด (ยาไอซ์) 3 กรัม และอุปกรณ์การเสพจำนวนมาก และจากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ พบข้อมูลการติดต่อสั่งซื้อยาพิษใช้สังหารหมู่ (สงวนชื่อยา) และยังพบสารเคมีประกอบวัตถุระเบิด/สารอันตรายอีกหลายรายการ พร้อมกับอุปกรณ์จุดชนวนอีก 2 ชิ้น โดยหลังจับกุมตัว พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้เดินทางมาซักถามขยายผลด้วยตนเองก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในชั้นจับกุม Mr.JOEL ให้การรับสารภาพโดยให้การว่า “เดิมตนเองอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้ถูกจับกุมดำเนินคดียาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ติดคุก 1 ปี ครั้งที่ 2 ติดคุก 3 ปี และครั้งที่ 3 ติดคุก 5 ปี แล้วยังถูกเฆี่ยนอีก 3 ที กระทั่งในปี 2567 ได้กระทำความผิดอีกครั้งแต่ได้หลบหนีออกนอกประเทศมายังประเทศไทย โดยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่กลับไปประเทศตนเองอีก ถ้ากลับไปขอตายดีกว่า หลังหนีมาที่ประเทศไทยได้ขายทรัพย์สินที่ประเทศสิงคโปร์จนได้เงินมาจำนวนประมาณ 5 ล้านบาท แต่ได้ถูกเพื่อนจากประเทศเดียวกันหลอกลวงเงินไป 2.5 ล้านบาท ทำให้เกิดอาการเครียดเรื่อยมา โดยยอมรับว่าตนยิ่งมีอาการคุ้มคลั่งเพราะแฟนสาวคนปัจจุบัน ที่ชอบไปข้างนอกและไม่กลับบ้าน ทำให้ช่วงหลังๆมานี้ตนเองรู้สึกอยากตายมากๆ โดยอ้างว่าที่ตนเองได้สั่งยาพิษ และสารเคมีนั้นไปจริงๆ และจ่ายเงินไปจริง เพื่อหวังจะนำมาฆ่าตัวตายเท่านั้น ส่วนที่สั่งไปเยอะขนาดนั้นเพราะกลัวตัวเองจะไม่ตาย ตนขอร้องเจ้าหน้าที่ว่าขอตายในประเทศไทยไม่ขอกลับไปประเทศสิงคโปร์ หากต้องกลับไปขอยอมตายดีกว่า”
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. /รองโฆษกตร. กล่าวว่า “จากพยานหลักฐานและแผนประทุษกรรมที่เราพบในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา มีการเตรียมการเกี่ยวกับสารพิษร้ายแรง ซึ่งหากเราก้าวพลาดหรือช้าไปอาจเป็นเหตุร้ายแรง แนวทางการสืบสวนเป็นเรื่องสติแตก จากอาการยาเสพติด ยังไม่ปรากฏหลักฐานเรื่องการก่อการร้าย ได้ประสานข้อมูลกับ CNB ประเทศสิงคโปร์ ที่ทำให้เราทราบว่าผู้ต้องหารายนี้คืออาชญากรยาเสพติดระดับเฝ้าระวังพิเศษ สำหรับสารประกอบวัตถุระเบิด ผู้เชี่ยวชาญแจ้งว่าสารเคมีที่ตรวจพบยังไม่มีเพียงพอทำเป็นระเบิดสังหาร โดยได้ส่งสารเคมีหลายชนิดนำส่งสำนักงานพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป
สุดท้ายขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นอย่างดี


















