นครพนม – วิกฤตศรัทธากองทุนหมู่บ้านคำสว่างน้อย ปะทุหนัก หลังฝ่ายประชาสัมพันธ์ยื่นเรื่องร้องสื่อ แฉเงินในบัญชีเกลี้ยง ธนาคารทวงค่างวดถึงรู้ความจริง เหรัญญิกซัดทอดประธานอ้างขอเก็บเงินเอง ด้านชาวบ้านเดือดรุมเค้นความจริงก่อนนัดเคลียร์เดดไลน์ หากบ่ายเบี่ยงพร้อมดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ถึงที่สุด
เกิดกระแสความไม่พอใจอย่างหนักในกลุ่มชาวบ้านบ้านคำสว่างน้อย หมู่ที่ 5 ตำบลวังตามัว อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เมื่อกองทุนหมู่บ้าน (โครงการเงินล้าน) ส่อเค้าเกิดความไม่โปร่งใสอย่างรุนแรง หลังมีการตรวจสอบพบว่าเงินในบัญชีกองทุนฯ หายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยถูกกล่าวหาว่าประธานกองทุนฯ นำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัวโดยพลการและไม่ผ่านมติคณะกรรมการ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐาน “ยักยอกทรัพย์”
ล่าสุด นายไพฑูรย์ ผู้ทำหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์กองทุนหมู่บ้านคำสว่างน้อย ได้นำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรมและเปิดโปงขบวนการดังกล่าว พร้อมเปิดเผยเบื้องหลังความระส่ำระสายที่เกิดขึ้น
นายไพฑูรย์ ระบุว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากการที่ตนได้ยินกรรมการบางท่านหารือกันอย่างเคร่งเครียดว่าเงินในบัญชีกองทุนฯ ประสบปัญหา และไม่มีเงินเหลืออยู่เนื่องจากประธานกองทุนฯ เป็นผู้นำเงินออกไปใช้ ตนจึงเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้องและกระทบต่อผลประโยชน์ของส่วนรวม จึงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและเชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อเท็จจริง
ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นในการประชุมช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อแจ้งกำหนดการและเงื่อนไขการชำระหนี้ตามงวด ในที่ประชุมสมาชิกได้มีมติเบื้องต้นว่าควรนำเงินสำรองในบัญชีของกองทุนฯ ไปชำระให้แก่ทางธนาคารก่อน แล้วจึงค่อยทยอยจัดเก็บจากสมาชิกลดภาระดอกเบี้ย ทว่าในระหว่างนั้นคณะกรรมการกลับมีท่าทีอึกอัก บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถาม
“เมื่อเห็นว่ากรรมการพยายามปกปิดข้อเท็จจริง ผมจึงตัดสินใจลุกขึ้นยกมือกลางที่ประชุม แจ้งความจริงกับพี่น้องสมาชิกทุกคนว่า เงินในกองทุนถูกยักยอกไปหมดแล้ว ไม่สามารถนำเงินก้อนนี้ไปส่งธนาคารได้ตามที่วางแผนไว้ พร้อมจี้ให้คณะกรรมการตอบต่อหน้าทุกคนว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่”
นายไพฑูรย์กล่าว
จากการเปิดโปงดังกล่าว คณะกรรมการกองทุนฯ จึงจำนนด้วยหลักฐานและยอมรับว่าเป็นความจริง จากนั้นได้มีการสอบถามไปยังฝ่ายเหรัญญิกผู้ดูแลเรื่องการเงิน ซึ่งเหรัญญิกได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้นำเงินไปเข้าธนาคาร เนื่องจากหลังจากตรวจนับเงินเสร็จสิ้น ประธานกองทุนฯ ได้อ้างสิทธิ์ขอเป็นผู้เก็บรักษาเงินไว้เองทั้งหมด
ข่าวการล่องหนของเงินกองทุนฯ สร้างความโกรธแค้นให้กับสมาชิกที่อยู่ในที่ประชุมเป็นอย่างมาก จนเกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือด เนื่องจากประธานกองทุนฯ ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมในวันดังกล่าว ทางคณะกรรมการจึงได้รีบเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยระบุว่าจะจัดประชุมด่วนเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไข และมีมตินัดหมายเรียกตัวประธานกองทุนฯ เข้ามาชี้แจงพร้อมแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ ชาวบ้านจึงยอมยุติการชุมนุมและแยกย้ายกลับ
ภายหลังการประชุม นายไพฑูรย์เปิดเผยว่า ตนได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานทันที เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว พร้อมทั้งประกาศจุดยืนว่า ยินดีเป็นตัวแทนสมาชิกในการเข้าให้ปากคำและติดตามคดี และหากในการนัดหมายครั้งต่อไป ประธานกองทุนฯ ยังคงหลบหน้า ผิดนัด หรือบ่ายเบี่ยงการชำระเงินคืน ตนและชาวบ้านจะรวมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
- ภาพ : ข่าว ทีมข่าวภูมิภาค รายงาน







