วันที่ 17 กันยายน 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวก ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) และช่วยเหลือบุคคลมิให้รับโทษ (ม.200) หลังพบพฤติการณ์เลือกปฏิบัติ ยื่นคำร้องศาลฎีกาฟ้องผู้ทุจริตฮั้วเลือกตั้ง สว. ปี 2567 เพียง 77 ราย แต่กลับตีตกละเว้นไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาอีก 152 ราย
ทั้งที่คณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 รวบรวมพยานหลักฐานชี้มูลความผิดชัดเจนครบทั้ง 229 รายคำร้องระบุว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ของ กกต. ได้รวบรวมพยานหลักฐานการทุจริตเลือก สว. ไว้ในสำนวนอย่างรัดกุม ประกอบด้วย ผังเครือข่ายความเชื่อมโยงผู้สมัคร 138 ราย กับหัวคะแนนพรรคการเมือง 91 ราย, โพยสั่งการลงคะแนน, เส้นทางการเงิน, ภาพวงจรปิด และคลิปวิดีโอ โดยมีความเห็นเสนอให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 229 รายพยานหลักฐานชิ้นสำคัญระบุถึง นางรัตนา บ่อถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.ชลัฐ รัชกิจประการ (บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย) มีการใช้โทรศัพท์ประสานงานไปยัง สว. จำนวน 19 คน รวม 62 ครั้ง
ซึ่งถือเป็นหลักฐานอันเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดตามมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561ต่อมา กกต. กลับดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพียง 77 ราย และละเว้นไม่ยื่นคำร้องเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาอีก 152 ราย โดยไม่มีพยานหลักฐานใหม่ หรือเหตุผลทางกฎหมายรองรับในการแยกผู้ถูกกล่าวหาออกเป็นสองกลุ่ม นายวัชระระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายจงใจช่วยเหลือบุคคลบางรายมิให้ต้องรับโทษ และถือเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างวาระ รวม 152 กรรมนอกจากนี้ คำร้องยังพาดพิงถึงคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต. ซึ่งทำเอกสารความเห็นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 เสนอให้ กกต. ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหา 21 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคภูมิใจไทย โดยขอให้ดำเนินคดีอาญาในส่วนนี้อีก 229 กรรมนายวัชระเรียกร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจเรียก กกต. ส่งเอกสารหลักฐานสำนวนการสอบสวนของคณะที่ 26, คณะที่ 36, เอกสารความเห็นของรองเลขาธิการ กกต. รวมถึงมติและเหตุผลที่ไม่ยื่นคำร้องศาลฎีกา ภายใน 15 วัน พร้อมเร่งส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนดำเนินคดีอาญากับ กกต. และพวกโดยด่วนที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าอันเป็นการปฏิเสธความยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)
“วัชระ” บี้ผู้ตรวจฯ ฟันอาญา กกต. 152 กรรม! แฉอุ้มเครือข่ายฮั้วเลือกตั้ง สว. ชง ป.ป.ช. เชือดกราวรูด
วันที่ 17 กันยายน 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ใช้อำนาจตามกฎหมายส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวก ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) และช่วยเหลือบุคคลมิให้รับโทษ (ม.200) หลังพบพฤติการณ์เลือกปฏิบัติ ยื่นคำร้องศาลฎีกาฟ้องผู้ทุจริตฮั้วเลือกตั้ง สว. ปี 2567 เพียง 77 ราย แต่กลับตีตกละเว้นไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาอีก 152 ราย ทั้งที่คณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 รวบรวมพยานหลักฐานชี้มูลความผิดชัดเจนครบทั้ง 229 รายคำร้องระบุว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ของ กกต. ได้รวบรวมพยานหลักฐานการทุจริตเลือก สว. ไว้ในสำนวนอย่างรัดกุม ประกอบด้วย ผังเครือข่ายความเชื่อมโยงผู้สมัคร 138 ราย กับหัวคะแนนพรรคการเมือง 91 ราย, โพยสั่งการลงคะแนน, เส้นทางการเงิน, ภาพวงจรปิด และคลิปวิดีโอ โดยมีความเห็นเสนอให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 229 รายพยานหลักฐานชิ้นสำคัญระบุถึง นางรัตนา บ่อถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.ชลัฐ รัชกิจประการ (บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย) มีการใช้โทรศัพท์ประสานงานไปยัง สว. จำนวน 19 คน รวม 62 ครั้ง ซึ่งถือเป็นหลักฐานอันเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดตามมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561ต่อมา กกต. กลับดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพียง 77 ราย และละเว้นไม่ยื่นคำร้องเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาอีก 152 ราย โดยไม่มีพยานหลักฐานใหม่ หรือเหตุผลทางกฎหมายรองรับในการแยกผู้ถูกกล่าวหาออกเป็นสองกลุ่ม นายวัชระระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายจงใจช่วยเหลือบุคคลบางรายมิให้ต้องรับโทษ และถือเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างวาระ รวม 152 กรรมนอกจากนี้ คำร้องยังพาดพิงถึงคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต. ซึ่งทำเอกสารความเห็นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 เสนอให้ กกต. ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหา 21 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคภูมิใจไทย โดยขอให้ดำเนินคดีอาญาในส่วนนี้อีก 229 กรรมนายวัชระเรียกร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจเรียก กกต. ส่งเอกสารหลักฐานสำนวนการสอบสวนของคณะที่ 26, คณะที่ 36, เอกสารความเห็นของรองเลขาธิการ กกต. รวมถึงมติและเหตุผลที่ไม่ยื่นคำร้องศาลฎีกา ภายใน 15 วัน พร้อมเร่งส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนดำเนินคดีอาญากับ กกต. และพวกโดยด่วนที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าอันเป็นการปฏิเสธความยุติธรรม (Justice delayed is justice denied)
























