วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569 กรุงเทพฯ
ว่าที่ พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า “ถึงเวลาสังคายนาปัญหาในวงการสงฆ์-มหาเถรสมาคม-เจ้าคณะผู้ปกครอง-สำนักพุทธ ,กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งจัดการอย่างเด็ดขาด คืนความเชื่อมั่นให้ประชาชน”
ช่วงที่ผ่านมา ปรากฏข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์และบุคคลในวงการศาสนาหลายกรณี ตั้งแต่ความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมระหว่างพระสงฆ์กับสตรีหรือ “สีกา” ปัญหาด้านการเงินและผลประโยชน์ ตลอดจนกรณีที่ร้ายแรงอย่างยาเสพติด ซึ่งมีข่าวถึงขั้นพบพระสงฆ์เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติดให้แก่พระด้วยกัน และบางกรณีมีผู้ดำรงตำแหน่งระดับเจ้าอาวาสเข้ามาเกี่ยวข้อง
เรื่องเหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “ข่าวฉาวรายวัน” แล้วปล่อยให้เงียบหายไป เพราะทุกครั้งที่เกิดเหตุ ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเฉพาะวัดหรือพระรูปที่เกี่ยวข้อง แต่กระทบต่อ ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระพุทธศาสนาโดยรวม
ผมเห็นว่า มหาเถรสมาคม ,เจ้าคณะผู้ปกครอง ,สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ,กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง ทั้งการตรวจสอบข้อเท็จจริง การดำเนินการตามพระธรรมวินัย และหากมีการกระทำความผิดตามกฎหมาย ก็ต้องประสานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการปกป้องหรือช่วยเหลือกัน
โดยเฉพาะ ปัญหายาเสพติดในวัด ผมเสนอให้พิจารณามาตรการเชิงรุก ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปตรวจสอบ เช่น
- จัดระบบตรวจคัดกรองสารเสพติดพระและบุคลากรภายในวัดเป็นประจำ โดยเสนอให้พิจารณาความถี่เดือนละ 1 ครั้ง ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ถูกกฎหมาย เคารพสิทธิและศักดิ์ศรี และมีระบบยืนยันผลตรวจ ไม่ใช่ใช้ผลคัดกรองเบื้องต้นกล่าวหาบุคคลทันที
- วัดหรือพระที่พบความผิดปกติต้องมีระบบรายงาน และประสานเจ้าคณะผู้ปกครอง สำนักพุทธฯ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และตำรวจอย่างรวดเร็ว
- หากพบพฤติการณ์เป็น ผู้ค้า ผู้จำหน่าย หรือเครือข่ายยาเสพติด ต้องแยกออกจากกรณีผู้เสพ และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
- ตรวจสอบการเงิน บัญชี และผลประโยชน์ของวัดที่มีเหตุอันควรสงสัย เพื่อป้องกันไม่ให้วัดกลายเป็นพื้นที่ซ่อนเร้นของยาเสพติดหรืออาชญากรรม
- ตั้งช่องทางให้ประชาชนและพระภายในวัดแจ้งเบาะแสได้โดยรักษาความลับ พร้อมมีกลไกคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
ผมขอย้ำว่า การตรวจสอบไม่ใช่การทำลายพระพุทธศาสนา ตรงกันข้าม การกล้าที่จะจัดการกับผู้ที่อาศัยผ้าเหลืองทำสิ่งผิดกฎหมายหรือผิดพระธรรมวินัยต่างหาก คือการปกป้องพระพุทธศาสนา และปกป้องพระสงฆ์ส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
วันนี้ประชาชนกำลังตั้งคำถามว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะปล่อยให้เกิดข่าวแล้วแก้เป็นกรณี ๆ ไป หรือจะยกระดับระบบตรวจสอบเพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้น
ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า “ผ้าเหลืองไม่ใช่เกราะคุ้มกันความผิด” ผู้ใดทำผิดพระธรรมวินัยต้องดำเนินการตามพระธรรมวินัย ผู้ใดทำผิดกฎหมายต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
เป้าหมายไม่ใช่การทำลายศรัทธา แต่คือการกำจัดสิ่งที่กำลังทำลายศรัทธา เพื่อคืนความสง่างามให้พระพุทธศาสนา
สว.ช้าง กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า“เสนอให้พิจารณาจัดระบบตรวจคัดกรองสารเสพติดเป็นประจำ เช่น เดือนละ 1 ครั้ง ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ถูกกฎหมาย” จะรัดกุมกว่าการประกาศว่าต้องตรวจพระทุกรูปทันที เพราะยังมีประเด็นเรื่องอำนาจตามกฎหมาย ขั้นตอนการตรวจ การยืนยันผล และสิทธิของผู้ถูกตรวจที่ต้องกำหนดให้ชัดเจนก่อนดำเนินการจริงครับ












