นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ณ บริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี หลังปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าความจุ 100% ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำไหลเข้าอ่างและวางแผนการระบายน้ำอย่างเร่งด่วน โดยมี นายองอาจ แสนอุบล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 และ นายวศวรรธน์ นาคนวล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ จากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยปัจจุบัน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 930.78 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 106.80% ของความจุเก็บกักปกติ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 550.27 ลูกบาศก์เมตร /วินาที หรือ 47.54 ล้านลูกบาศก์เมตร /วัน และมีปริมาณการระบาย 115.08 ลูกบาศก์เมตร /วินาที หรือ 9.94ล้านลูกบาศก์เมตร /วัน
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสัก ชลสิทธิ์ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ ได้ดำเนินการปรับเพิ่มการระบายน้ำ จากเดิมอัตรา 25 ลูกบาศก์เมตร /วินาที เป็นอัตรา 115 ลูกบาศก์เมตร /วินาที ในวันที่ 30 กันยายน 2569 จนถึง 400 ลูกบาศก์เมตร /วินาที ในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยปรับเพิ่มการระบายขึ้นแบบขั้นบันได
โดยให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ เตรียมรองรับการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยควบคุมและทยอยเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนพระราม 6 ให้อยู่ในเกณฑ์ 700–800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากการปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.00–1.50 เมตร โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักด้านท้ายเขื่อนพระราม 6 โดยเฉพาะบริเวณอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำป่าสักและพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 10 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่ต่อไป
**** นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดเผยถึง แนวทางการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต้องรับน้ำเหนือจากพื้นที่เพชรบูรณ์ รวมถึงน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ โดยที่ผ่านมาเขื่อนเน้นการหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกินความจุเก็บกักแล้ว ทะลุกว่า 100 % ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า…ในช่วงวันที่ 3–6 ตุลาคมนี้ จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และจังหวัดลพบุรี ทำให้เกิดฝนตกหนักและมีมวลน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มเติม ที่ประชุมบริหารจัดการน้ำ จึงมีมติเตรียมปรับแผนขยายอัตราการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำใหม่ และรักษาสเถียรภาพด้านความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อน โดยจังหวัดลพบุรี ร่วมกับกรมชลประทาน จะติดตามสภาพอากาศและปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งประสานงานแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยเฉพาะบริเวณหน้าเขื่อนพระราม 6 รวมถึงประชาชนในเขตอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือ ….(ปล่อยเสียงสัมภาษณ์…….นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี………)
นอกจากนี้ ในส่วนของคลองชัยนาท–ป่าสัก ได้มีการบริหารจัดการน้ำผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์อย่างเป็นระบบ โดยเร่งระบายน้ำค้างทุ่งจากอำเภอโคกสำโรง หนองม่วง และบ้านหมี่ ลงสู่คลองชัยนาท–ป่าสัก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว ไม่ให้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขัง และหลังจากสถานการณ์ฝนลดลงและเกษตรกรเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ จะพิจารณารับน้ำเข้าสู่ระบบเพื่อช่วยชะลอและบรรเทาภาระการระบายน้ำในภาพรวมของพื้นที่ภาคกลางต่อไป
จังหวัดลพบุรี และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์… จึงขอให้ประชาชน ติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของทางราชการอย่างต่อเนื่อง
…………………………………………………….
นันท์นภัส วงศ์ใหญ่
สมชาย เกตุฉาย
ศูนย์ข่าวภาคกลางหนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพ


















