กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน “Woven Through Time ถักทอกาลเวลา” ภายใต้แนวคิด “ชุดไทย (ChudThai) มรดกที่มีชีวิต” ณ ลานกิจกรรมชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เพื่อถ่ายทอดความงดงามของผ้าไทยและชุดไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในงาน
ภายในงานมีการเดินแบบชุดไทย โดย เมญ่า–รวิสรา และ Sinon Loresca อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ร่วมเดินแบบในช่วงฟินาเล่ พร้อมด้วยนักแสดงและศิลปินที่ร่วมเดินแบบ ได้แก่ ปิ๊งปิ๊ง–รภัทร เอกนิธิเศรษฐ์ นักแสดงจากละครเรื่อง Call Me If You Can ทางช่อง True CJ, เฟอร์รี่–ณัฏฐิณิชา ศรีระษา Miss Model Universe Thailand 2025 และนักแสดงจากซีรีส์ เรื่องเล่าอาจารย์ยอด ตอน “มักรีผล” ทางช่อง 7HD, ต้อม–นิรันดร์ พระเอกลิเกชื่อดัง และ อ๊อฟ–สุรพล ทองด้วง ศิลปินชื่อดังและแชมป์ “หมอลำไอดอล” คนแรกของประเทศไทย โดยร่วมเดินแบบกับนิสิตนักศึกษา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ ยังมีอินฟลูเอนเซอร์และนักแสดงจากหลากหลายค่ายมาร่วมสร้างสีสันและให้กำลังใจภายในงาน อาทิ ชินจิ ไซ, กณิดา ลีน, Mr. Jo Seonghyeon (โจ ซองฮยอน), เชสกร้า แฟรนเชสก้า อีเตอร์ตั้น, คิมมี่ คิมเบอร์ลี่ ตรีดาว เกย์, เอม–เธียรวรินทร์ เทียนสิน และ ซูมซูม–ปัญกร จันทศร จากซีรีส์ ฮักนะ My Boss ทางช่อง 3HD
อีกหนึ่งสาระสำคัญของงานคือการนำเสนอ ชุดไทยพระราชนิยมสำหรับสตรีทั้ง 8 แบบ ได้แก่ เรือนต้น, จิตรลดา, อมรินทร์, บรมพิมาน, ดุสิต, จักรี, ศิวาลัย และจักรพรรดิ แต่ละแบบมีเอกลักษณ์และความประณีต เหมาะกับโอกาสที่แตกต่างกัน สะท้อนภูมิปัญญาช่างไทย ความงดงามของผ้าไทย และอัตลักษณ์ความเป็นไทย
สำหรับเครื่องแต่งกายบุรุษ มี เสื้อพระราชทาน 3 แบบ ได้แก่ แบบแขนสั้น แบบแขนยาว และแบบแขนยาวคาดเอว ซึ่งเลือกสวมใส่ได้ตามโอกาส ตั้งแต่การปฏิบัติงานและพิธีการทั่วไป ไปจนถึงพิธีการสำคัญ โดยแบบแขนยาวคาดเอวถือเป็นชุดเต็มยศ
ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบได้รับการพัฒนาและส่งเสริมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชดำริและพระราชกรณียกิจสำคัญในการอนุรักษ์ผ้าไทย ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาชุดไทยให้เหมาะสมกับโอกาสต่าง ๆ อย่างสง่างามและร่วมสมัย
พระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมผ้าไทยมีส่วนช่วยสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้า สร้างคุณค่าและรายได้ให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ และทำให้ผ้าไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
สำหรับเมญ่า ซีนอน และผู้ร่วมเดินแบบ การได้เป็นส่วนหนึ่งของงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการนำเสนอความงดงามของชุดไทย แต่ยังเป็นโอกาสร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าของมรดกไทยให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและภาคภูมิใจ ขณะที่ทั้งคู่กล่าวชื่นชม ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ว่าเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่สง่างาม มีความสามารถและวิสัยทัศน์ พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนงานด้านศิลปวัฒนธรรมไทย
งาน “Woven Through Time ถักทอกาลเวลา” สะท้อนให้เห็นว่า ชุดไทยเป็นมากกว่าเครื่องแต่งกาย แต่ยังบอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ศิลปะ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของคนไทย ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดและถ่ายทอดในรูปแบบร่วมสมัยให้ก้าวไปพร้อมกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างสง่างาม
จากอดีตสู่ปัจจุบัน “ชุดไทย มรดกที่มีชีวิต” ยังคงงดงาม และพร้อมถักทอเรื่องราวบทใหม่ให้คนไทยและผู้คนทั่วโลกได้ชื่นชมต่อไป














