วันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ส่งหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร้องเรียนกรณีเอกสารสำคัญสูญหายจากระบบการจัดเก็บ พร้อมงัดหลักฐานคำพิพากษาศาลฎีกายึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน จี้ไต่สวนจริยธรรมร้ายแรง “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” โดยด่วนนายวัชระระบุในหนังสือร้องเรียนว่า ตนได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากนายวีระสิทธิ์ แก้วกาญจนเศรษฐ์ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. แจ้งว่าหนังสือร้องเรียนฉบับลงวันที่ 16 มิถุนายน 2560
ได้สูญหายไปจากการเก็บรักษาของ ป.ป.ช. ส่งผลให้ไม่มีต้นเรื่องในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไปสำหรับเอกสารที่สูญหายดังกล่าว เป็นคำร้องที่ขอให้ ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมจากการกระทำความผิด และดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินกับนางภคินี สุวรรณภักดี นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต สส.กทม. และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมแนบรายการทรัพย์สินที่นางภคินีโอนเปลี่ยนชื่อไปให้นายอรรถวิชช์และบุตรคนอื่น รวมทั้งสิ้น 116 รายการจากกรณีที่เกิดขึ้น นายวัชระได้เรียกร้องให้สำนักงาน ป.ป.ช. เร่งดำเนินการ 2 ข้อ คือ 1. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องเอกสารสูญหาย 2. ยืนยันสิทธิการร้องเรียนเดิม
โดยได้แนบสำเนาหนังสือร้องเรียนฉบับปี 2560 จำนวน 15 แผ่น กลับเข้ามาเป็นหลักฐานอีกครั้ง พร้อมกำหนดให้ ป.ป.ช. แจ้งผลการสอบสวนให้ทราบภายใน 30 วันนอกจากนี้ นายวัชระยังได้นำส่งสำเนาหนังสือจากสำนักอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 3 สำนักงานอัยการสูงสุด ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่งรายงานความคืบหน้าการยึดทรัพย์นายอรรถวิชช์ ระบุว่าศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว และยังมีทรัพย์สินอีกส่วนที่อยู่ระหว่างชั้นฎีกา โดยขอให้ ป.ป.ช. ใช้เป็นหลักฐานประกอบการไต่สวนความผิดเรื่องจริยธรรมร้ายแรงของนายอรรถวิชช์โดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม















