วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ณ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี ได้พิจารณาเห็นชอบ 5 โครงการของสำนักงานวัฒนธรรม ได้แก่ บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี วงเงินเสนอรวม 54 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศักยภาพทุนทางวัฒนธรรม อาหาร อัตลักษณ์ท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เปิดโอกาสทางการตลาด ส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้น
สำหรับ 5 โครงการที่ผ่านพิจารณาในวันนี้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดได้เสนอผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและที่ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย 1. จังหวัดอุดรธานี โครงการยกระดับจังหวัดอุดรธานีสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับสากล วงเงิน 10 ล้านบาท มุ่งต่อยอดอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่น ยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงอาหาร และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ
- จังหวัดหนองบัวลำภู กิจกรรมเชื่อมโยงสินค้าเกษตรมูลค่าสูงและอัตลักษณ์เมืองลุ่มภูสู่ตลาดและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ วงเงิน 6.5 ล้านบาท ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์เชื่อมโยงการท่องเที่ยววิถีชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมีสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองบัวลำภูเป็นหน่วยดำเนินการ เพื่อเชื่อมโยงสินค้าอัตลักษณ์กับตลาดและการท่องเที่ยวชุมชน
- จังหวัดบึงกาฬ โครงการ Amazing Bueng Kan “ศรัทธานาคา สานสัมพันธ์สองฝั่งโขง สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน” วงเงิน 6 ล้านบาท ชูทุนวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเชื่อริมฝั่งแม่น้ำโขง ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 4. จังหวัดเลย โครงการส่งเสริมและพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ LOEI Creative City วงเงิน 6.5 ล้านบาท มุ่งพัฒนาเมืองสร้างสรรค์บนพื้นฐานอัตลักษณ์และศักยภาพทางวัฒนธรรมของจังหวัด และ 5. จังหวัดหนองคาย โครงการ Food Verse “จักรวาลอาหารมหกรรมความอร่อย” วงเงิน 25 ล้านบาท ชูเสน่ห์อาหารและอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นจุดดึงดูดการท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่
รมว.วธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการทั้ง 5 จังหวัด สะท้อนศักยภาพทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของภาคอีสานตอนบน ทั้งอาหาร ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณี ความเชื่อ และวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเป็นกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ซึ่ง วธ.ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงจุดเด่นของแต่ละจังหวัดเข้ากับการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างทั่วถึง
















