บึ้ม! รพ.ปากีฯ ศพเกลื่อน สังเวยแล้ว 70 กว่าราย

เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุสะเทือนขวัญปากีสถานมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 70 ราย บาดเจ็บอีกนับร้อยคน เมื่อคนร้ายวางระเบิดพลีชีพ ในโรงพยาบาลของเมืองเกว็ตตา จังหวัดบาโลจิสถาน ขณะที่มีคนไข้และญาติอยู่ภายในเขตโรงพยาบาลมากกว่า 200 คน ควันดำหนาตลบ เช่นเดียวกับเลือดที่นองพื้นไปทั่วบริเวณ

ด้านผู้สื่อข่าวเอเอฟพีที่อยู่ในที่เกิดเหตุรายงานว่า จุดระเบิดอยู่ห่างตัวออกไป 20 เมตร เมื่อตนวิ่งเข้ามาดู เห็นศพเกลื่อนไปทั่ว ทั้งชิ้นส่วนอวัยวะและเลือด พร้อมกับผู้บาดเจ็บที่นอนร้องด้วยความเจ็บปวด ขณะที่นางพยาบาลและเจ้าหน้าที่แพทย์ภายในโรงพยาบาลเร่งช่วยผู้บาดเจ็บ ท่ามกลางบรรยากาศโกลาหลและเสียขวัญ

เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยในเวลาต่อมา ว่าผู้ก่อเหตุใช้ระเบิดหนักถึง 8 ก.ก. จงใจก่อเหตุต่อเนื่องจากที่ช่วงเช้าเพิ่งมีเหตุประธานเนติบัณฑิตยสภา ชื่อนายบิลัล อันวาร์ คาซี ถูกลอบสังหาร ทำให้มีฝูงชน ทนายนับร้อย และนักข่าว รุดมาดูศพที่โรงพยาบาลแห่งนี้จำนวนมาก จนตกเป็นเหยื่อของการโจมตีภายในโรงพยาบาล

ต่อมากลุ่ม จามัต-อุล-อาห์ราร์ สาขาย่อยของตาลิบันในปากีสถาน ประกาศตัวอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุครั้งนี้ หลังจากเคยวางระเบิดสังหารเหยื่อในเมืองละฮอร์ ช่วงวันอีสเตอร์ซันเดย์มาแล้วถึง 75 ศพ ในคร้ังนี้ยังข่มขู่จะทำต่อไปจนกว่าจะเกิดการวางข้อกำหนดในระบบทางศาสนาขึ้นในประเทศ

ฮีโร่เหรียญทอง “ฝ้าย สุกัญญา” เผยขณะแข่งไม่ได้คิดเรื่องทำสถิติโอลิมปิก

“ฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช เหรียญทอง ‘ริโอ 2016’ คนที่สองของไทย ไม่ทราบมาก่อนว่าทำสถิติโอลิมปิกใหม่ ขณะแข่งคิดอย่างเดียวทำให้ได้ตามแผนที่ผู้ฝึกสอนเรียกน้ำหนัก

“ฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช นักยกน้ำหนักดาวรุ่งวัย 21 ปี ของทีมชาติไทย ที่เพิ่งได้เหรียญทองโอลิมปิก ‘ริโอ 2016’ ในรุ่น 58 กิโลกรัม หญิง จากน้ำหนักรวม 240 กิโลกรัม โดยเฉพาะท่าสแนทช์ ยกได้ 110 กิโลกรัม ซึ่งนับเป็นสถิติโอลิมปิกใหม่ จากสถิติเดิมเป็นของ หลี่ ซู่ หยิง จากจีน ที่ทำไว้ 108 กิโลกรัม ใน ‘ลอนดอน 2012’ หรือโอลิมปิกครั้งที่แล้วเมื่อ 4 ปีก่อน

ซึ่ง “ฝ้าย” กล่าวภายหลังพิธีรับเหรียญรางวัลว่า ไม่ทราบมาก่อนว่า สามารถทำสถิติโอลิมปิกใหม่ในท่าสแนทช์ เนื่องจากเรียกน้ำหนักแต่ละครั้งตามแผนที่ผู้ฝึกสอนวางเอาไว้

EU แถลงการณ์มองประชามติไทย จี้ให้เปลี่ยนผ่าน “ปชต.แท้จริง”

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานสหภาพยุโรป หรือ อียู ประจำกรุงบรัสเซลส์ เผยแพร่แถลงการณ์บนเว็บไซต์ของอียูถึงการจัดประชามติร่างรัฐธรรมนูญในประเทศไทย ใจความว่า

“เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม คณะกรรมการเลือกตั้งรายงานว่า ในการจัดประชามติระดับชาติ เสียงประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทยลงมติเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาของการรณรงค์ มีการจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐาน รวมถึงการจำกัดดีเบตและการรณรงค์อย่างร้ายแรง

ทั้งนี้ เป็นเรื่องสำคัญยิ่งว่า จะต้องยกเลิกการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม เพื่อให้เกิดกระบวนการทางการเมืองที่เปิดกว้าง ครอบคลุมและน่าเชื่อถือ

สหภาพยุโรปจึงขอเรียกร้องต่อไปให้เจ้าหน้าที่ของไทยสร้างปัจจัยแวดล้อมในการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยอย่างแท้จริงสู่การเลือกตั้งทั่วไปโดยเร็ว ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่ายในประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีส่วนในการหารือและทำงานร่วมกันอย่างสันติเพื่อวัตถุประสงค์นี้”

“จักรพรรดิอะกิฮิโตะ” ตรัสเป็นนัยเตรียมสละราชสมบัติเหตุประสบปัญหาสุขภาพ

หลังจากที่เมื่อกลางเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา มีข่าวลือว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น กำลังจะสละราชสมบัติซึ่งต่อมา ราชสำนักญี่ปุ่นออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว พร้อมทั้งระบุว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง เพราะกฎมณเฑียรบาลของญี่ปุ่น ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการสละราชสมบัติ หากพระจักรพรรดิ อะคิฮิโตะ สละราชบัลลังก์ จะนับเป็นครั้งแรกในช่วงเวลา 200 ปีของญี่ปุ่น

ล่าสุดสำนักข่าวบีบีซี ได้รายงานข่าวอีกครั้ง ว่าสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ด้วยพระองค์เอง เกี่ยวกับการส่งสัญญาณว่ามีพระราชประสงค์ที่จะสละราชสมบัติ เนื่องจากทรงพระประชวรอยู่บ่อยครั้ง และยังประสบปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในขณะนี้ ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลญี่ปุ่นให้ดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีแห่งญี่ปุ่น จะออกมากล่าวถึงเรื่องดังกล่าวในอีกไม่ช้า ซึ่งหากจะมีการสละราชสมบัติเกิดขึ้นจริง อาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎมณเฑียรบาลของญี่ปุ่นขึ้น