จากกรณีเหตุการณ์ นางสาวเก๋ นามสมมติ อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดปราจีนบุรี วิ่งหนีตาย ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน และ อยู่ในอาการตกใจกลัวสุดขีด ออกมาจากบ้านร้าง ร้องตะโกน ขอความเหลือกับชาวบ้านที่ขับรถผ่านไปมา ซึ่งเธอได้ร้องตะโกน บอกชาวบ้านว่า ”ช่วยด้วยๆหนูถูกข่มขืน“ จนชาวบ้านต้องรีบจอดรถ กระโดดลงมาช่วยเธอทันที พร้อมทั้ง รีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ โดยนางสาวเก๋ เล่าว่า กำลังขี่รถจักรยานยนต์ จากจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อไปสมัครงานเป็น หมอนวดแผนโบราณ ที่ย่านจอมเทียน ระหว่างทางเธอถูกคนร้ายเป็นชายไทย ลักษณะตัวดำ หัวล้าน (ศรีษะล้าน) ขี่รถจักรยานยนต์ มาประกบข้าง แล้วเอื้อมมือมาบิด ลูกกุญแจรถ จนเครื่องยนต์ดับ บังคับให้เธอลงจากรถ จากนั้นคนร้าย ก่อนจะลากเข้าไปในบ้านร้างริมถนน จับเธอกดลงนอนบนแคร่ไม้ แล้วลงมือข่มขืน ในระหว่างกำลังถูกก่อเหตุ เธอฉวยโอกาสที่คนร้ายเผลอ วิ่งหนีออกมาจากบ้านร้าง แล้วร้องตะโกนให้ชาวบ้านช่วย ส่วนคนร้ายเห็นท่าไม่ดี ก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ต่อมานางสาวเก๋ หลังได้รับการช่วยเหลือก็เข้าแจ้งความกับตำรวจยืนยันว่าเธอถูกก่อเหตุจริง เหตุเกิดที่บ้านร้าง ใกล้กับศาลเจ้าแม่สาคร ริมถนนห้วยใหญ่ ม.6 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงค่ำ ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สส.ภ.จว.ชลบุรี สั่งการให้ ตำรวจชุดสืบสวน กองบังคับการสืบสวนจังหวัดชลบุรี (สืบจังหวัดชลบุรี) ลงพื้นที่มาร่วมสืบสวนสอบสวน และติดตามจับกุมคนร้ายในคดีนี้ ร่วมกับ ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ซึ่งเป็นเจ้าของท้องที่เกิดเหตุ จนต่อมา ตำรวจชุดสืบสวน จ.ชลบุรี ไปพบเบาะแสสำคัญเป็นภาพกล้องวงจร ขณะที่ผู้เสียหาย ขี่รถจักรยานยนต์มาตามเส้นทาง ถนนทางหลวงหมายเลข 331 ( พนมสารคาม ฉะเชิงเทรา – สัตหีบ ) กำลังมุ่งหน้าไปทางอำเภอสัตหีบ พอมาถึงแยกหนองปรือ อ.บ้านบึง ปรากฏว่า มีชายต้องสงสัย ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังผู้เสียหาย คล้ายกับขี่รถจักรยานยนต์สะกดรอยตาม โดยมีการขี่ รถจักรยานยนต์ ตามหลัง รถผู้เสียหาย ตั้งแต่แยก หนองปรือ อ.บ้านบึง จนมาถึง เขตพื้นที่ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง รวมระยะทางเกือบ 50 กม. จนกระทั่งผู้เสียหายมาถูกก่อเหตุดังกล่าว จึงทำให้ตำรวจมั่นใจว่า ชายดังกล่าวต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจจึงเริ่มตรวจสอบ จนพบ รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายขี่มาก่อเหตุ ตรงกับคำให้การของผู้เสียหายและพยาน ที่ให้การไว้ก่อนหน้านี้
ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี พยายามสืบสวน และ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามถนนทางหลวงหมายเลข 331 และ ถนนบ้านห้วยใหญ่ กว่า 30 ตัว จนพบว่ารถจักรยานยนต์ของคนร้าย เป็นรถ ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 7 ขธ 9649 ชลบุรี เมื่อนำรูปเจ้าของรถ ไปให้ผู้เสียหายดูก็ชี้ยืนยันว่า เป็นคนร้ายคนเดียวกันที่ก่อเหตุข่มขืนเธอ ตำรวจจึงรวบรวม หลักฐาน ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับทันที ทราบชื่อ คือ นายสมชิด ดีลาย หรือโหน่ง อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา
ล่าสุดเวลา 18.30 น. ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี นำโดย พ.ต.ท.ศราวุธ เห็มภิระ สว.สส.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วยชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี และชุดสืบสวน สภ.ห้วยใหญ่ นำหมายจับศาลจังหวัดพัทยา เลขที่ 80/2569 ฐานความผิด ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย และกระทำในขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ เข้าทำการจับกุม นายสมชิด ดีลาย หรือโหน่ง ขณะที่ทำงานขับรถแบคโฮ หรือ แม็คโคร ภายในไซด์งานก่อสร้าง แห่งหนึ่งในอำเภอบ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อนายสมชิด เห็นตำรวจก็ถึงกับคอตก ขาสั่น ยอมรับว่าเป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุจริง พร้อมทั้งพาไปยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งนำไปซ่อนไว้ที่ห้องแถว ใกล้กับไซต์งานก่อสร้าง
นายสมชิด ยอมรับว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากไซด์งานในเขตอำเภอบ้านบึง เพื่อกลับที่พัก ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา พอมาถึงแยกหนองปรือ บ้านบึง ก็ไปเจอผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์นำหน้า และ ก็ขี่ตามกันมารวมระยะทาง เกือบ 50 กม. จึงทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ต้องการจะชิงทรัพย์ ผู้เสียหายรายนี้ จนมาถึงที่เกิดเหตุ ได้บังคับให้ผู้เสียหายจอดรถลงข้างถนน แล้วบิดลูกกุญแจ ก่อนจะพาเข้าไปในบ้านร้าง และจะลงมือชิงทรัพย์ แต่ผู้เสียหายบอกว่า กำลังจะหางานทำ ไม่มีเงินไม่มีทรัพย์สิน แถมผู้เสียหายยังเสนอตัว มีเพศสัมพันธ์ด้วย จึงเกิดอารมณ์ร่วมกับผู้เสียหายจนเกิดเหตุการณ์ถอดเสื้อผ้า และระหว่างที่กำลังร่วมรัก จู่ๆ ผู้เสียหายก็วิ่งหนีออกไป ทำให้ตนเองงงมาก ก่อนจะตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์หนี และมาถูกตำรวจจับกุมได้กล่าว
ในเบื้องต้น ตำรวจยังไม่ปักใจในคำให้การของผู้ต้องหารายนี้ เพราะมีหลายอย่างยังขัดแย้ง และไม่ตรงกับที่ผู้เสียหายให้การ เชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้จงใจจะก่อเหตุ มิฉะนั้นคงไม่ขี่ตามผู้เสียหายมาไกลเกือบ 50 กิโลเมตร ซึ่งหลังจากนี้ ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ จะรับตัวผู้ต้องหาไปทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป…










