วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00-14.30 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี รองเลขานุการและรองโฆษกคณะกรรมาธิการ ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ กรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการ เดินทางลงพื้นที่ติดตามภารกิจงานความมั่นคง ณ ด่านศุลกากรจังหวัดนครพนม
โดยมีนางชนัยพร พูนน้อย นายด่านศุลกากรนครพนมนายอังกูร อังคะเจริญ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร นายเฉลิมพล คุณประทุม หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบ พร้อมด้วยพันตำรวจเอก ชัชชัย สำเนียง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าและส่งออกสินค้าที่ผิดกฎหมายซึ่งพบว่ายังไม่มีสินค้าที่กระทบความมั่นคงโดยรับทราบสังเกตของสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด ของปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่ตุลาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 อันดับ 1 ผลไม้สด 8,546 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 44 อันดับ 2 เครื่องดื่มบำรุงกำลัง 3,527 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 18 อันดับ 3 โคกระบือ 3,024 ล้านบาทคิดเป็น ร้อยละ 15 และอันดับ 4 ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 1,105 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5 ซึ่งถือว่าเป็นยอดการส่งออกที่ดีในปี 2569 ถ้านับเฉพาะไตรมาสแรก ทั้งนี้ นายด่านฯยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าบรรดารถบรรทุกสินค้าทั้งส่งออกและนำเข้าจะมีการสุ่มตรวจสิ่งผิดกฎหมายด้วยเครื่องเอกซเรย์ของกรมศุลกากรตามระบบและมาตรฐานในการตรวจสินค้าของกรมศุลกากรด้วย
ในส่วนของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนมได้ข้อมูลสถิติในการเข้าออกของประชาชนทั้ง 2 ฝั่งซึ่งพบว่าในปี 2568 มีสถิติบุคคลเข้าออกผ่านแดนของจุดผ่อนปรนทั้ง 4 จุดที่ใช้ข้ามไปมาระหว่างกันจำนวน 230,110 คนซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มาก สำหรับในปี 2569 ในเดือนมกราคมพบว่ามีการเดินทางเข้าออกผ่านแดน ณ จุดผ่อนปรน 4 จุดของจังหวัดนครพนมระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาวอยู่ที่ จำนวน14,897 คน
อย่างไรก็ตาม สถิติการเข้าออกประจำปี 2568 รวมด่านถาวรคือสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 กับท่าเทียบเรือการท่องเที่ยว ซึ่งตม.จังหวัดนครพนมได้ดำเนินการทั้งในเรื่องหนังสือเดินทางและบัตรผ่านแดน มีจำนวน 1,299,447 คนในปี 2568 โดยมีปัญหาและอุปสรรคในการข้ามฝั่งคือถ้าเทียบเรือสถานที่คับแคบในช่วงเทศกาลสำคัญเนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้าออกในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้สถานที่พักคอยสำหรับประชาชนของทั้ง 2 ประเทศไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการได้รับทราบทั้งในแง่ของเรื่องความมั่นคงในการผ่านเข้าออกของประชาชนทั้ง 2 ประเทศและประเทศที่ 3 รวมถึงเรื่องการขนส่งและนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมายการข้ามแดนที่ผิดกฎหมายอันมีช่องธรรมชาติที่ยังมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องการตรวจบุคคลที่ลักลอบเข้าช่องทางธรรมชาติ
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ได้รับทราบไปประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป


















