อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.สุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือหนัาทำเนียบฯ

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 60  เวลา 10.00 น.ที่ศูนย์บริการประชาชน  ภายในสำนักงานก.พ. ได้มีนายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ที่หน้าทำเนียบฯ
เรื่อง ขอให้ทบทวนโครงการขนย้ายขยะจากเกาะสมุย และเกาะเต่า 245,000 ตัน ไปฝังกลบบนฝั่ง จ.สุราษฎร์ธานี วงเงิน 381 ล้านบาท
โดย นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายพันศักดิ์ เจริญ ผอ.ส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชนเพึอนำเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป
จากนั้นจึงได้เดินทางกลับ

 

 

Cr./รูป    สืบสวนดุสิต, ศูนย์ข่าวโยธี

แม่ทัพภาค 2 ลุยจัดระเบียบ “คำชะโนด” ลั่นต้องสะอาด-ไร้ผู้มีอิทธิพล!

“ป่าคำชะโนด” บนเนื้อที่กว่า 20 ไร่ ครอบคลุม 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำบลบ้านม่วง และตำบลบ้านจันทร์ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอีสานให้ความเคารพศรัทธา ตามตำนานความเชื่อต่างๆ ของแม่น้ำโขงกับป่าคำชะโนด และยังมีความน่าสนใจในแง่พฤกษศาสตร์ที่โลกต้องทึ่ง กับต้นคำชะโนดที่มีอายุยืนยาวหลายร้อยปี ทำให้ป่าคำชะโนดแห่งนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่เดินทางไปเยี่ยมชม จึงก่อให้เกิดปัญหาความแออัดของการจราจร พื้นที่จอดรถ พื้นที่ขายของ ปริมาณขยะที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และยังมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาแสวงหาประโยชน์ในป่าคำชะโนดตามมาอีกมากมาย ซึ่งส่งผลให้หน่วยงานในพื้นที่แก้ไขปัญหาเพียงลำพังด้วยความยากลำบาก

ประกาศใช้ พ.ร.บ.คอมฯ พ.ศ.2560 แล้ว

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว และประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา มีผลบังคับใช้แล้วในวันนี้ (พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา)

ก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะคลอดออกมา ได้ถูกกระแสคัดค้านอย่างหนัก โดยผู้ไม่เห็นด้วยเห็นว่าร่างกฎหมายนี้ไม่มีความชัดเจน กระทบสิทธิประชาชน  ปิดกั้นการตรวจสอบ เปิดช่องไม่ต้องใช้คำสั่งศาลในการปิดเว็บไซต์  รวมทั้งอาจมีการสร้างซิงเกิ้ลเกตเวย์ฯ และทางเครือข่ายพลเมืองเน็ตได้ยื่นรายชื่อประชาชน  3 แสนรายชื่อขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คว่ำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว แต่ถึงที่สุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ด้วยเสียงเอกฉันท์

สำหรับเนื้อหาสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ เช่น  กำหนดความผิดฐานส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่น  อันมีลักษณะเป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับ  หรือ “ส่งสแปม” ให้มีโทษปรับ 200,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 100,000 บาท) การให้มีคณะกรรมการกลั่นกรอง 9 คน ขึ้นมาพิจารณาและเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดที่ควรจะขออนุญาตต่อศาลให้ปิดกั้นการเข้าถึง หรือ ให้ศาลสั่งบล็อคเว็บไซต์