“บิ๊กจิ๋ว” พักฟื้น รพ.พระมงกุฎใกล้หายดีหลังเข้า รพ.ร่วม 2 เดือน

“บิ๊กจิ๋ว” หกล้มอยู่ รพ. มาสองเดือน รอฟื้นฟูกายภาพบำบัด ใกล้ 100%

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ เป็นเวลาประมาณ 2เดือนแล้ว โดยสาเหตุเกิดจากล้มในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งทางแพทย์ทำการรักษาด้วยการฉีดยาละลายลิ่มเลือดที่คั่งอยู่ในสมองที่ได้รับการกระทบกระเทือน เล็กน้อยทำให้ปลายประสาทขาด้านซ้ายอ่อนแรง ซึ่งตอนนี้พล.อ.ชวลิต อยู่ระวังทำกายภาพบำบัดฝึกเดิน เพื่อเรียกกำลังขา ส่วนอื่นๆ เป็นปกติ ความจำปกติดี สามารถพูดคุย หยอกล้อคนใกล้ชิด และแพทย์ได้ตามปกติ โดยทางแพทย์ได้ลงความเห็นเบื้องต้นว่าร่างกายใกล้สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์รอเพียงการฟื้นฟูกำลังขาเท่านั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้อาการของพล.อ.ชวลิตกำลังดีขึ้นใกล้จะหายเป็นปกติ

รองอธิบดีฯฉกภาพญี่ปุ่นยอมรับผิด พร้อมขอโทษคนไทยทุกคน

รมว.พาณิชย์ เผยรองอธิบดีกรมทรัพย์สินฯยอมรับผิดขโมยภาพที่ญี่ปุ่น พร้อมขอโทษผู้บังคับบัญชา-เพื่อนข้าราชการ-คนไทย สั่งเด้ง’สุภัฒ’ ไปช่วยงานที่สำนักงานปลัดกระทรวง รอผลสอบสวนข้อเท็จจริง คาด 7 วันรู้ผลก่อนจัดการตามระเบียบราชการ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีนายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาขโมยภาพวิว 3 ภาพในโรงแรมแห่งหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นและถูกตำรวจญี่ปุ่นควบคุมตัว ว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ได้รับการติดต่อจากนายสุภัฒแล้ว หลังได้รับการปล่อยตัว ทั้งนี้ นายสุภัฒ ยอมรับความผิดและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอโทษผู้บังคับบัญชาและเพื่อนข้าราชการ ตลอดจนคนไทยทุกคน

“ขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ที่เป็นธุระประสานงานกับทางการของญี่ปุ่นตลอดระยะเวลาที่นายสุภัฒถูกควบคุมตัวอยู่” นางอภิรดีกล่าว

นางอภิรดีกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพาณิชย์ หากการสอบมีข้อสงสัยสามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาให้คำปรึกษา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้นจะเสนอต่อผู้บังคับบัญชา และดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบราชการต่อไป แต่ระหว่างการตรวจสอบ กระทรวงมีคำสั่งให้นายสุภัฒ ไปช่วยงานที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ก่อน จนกว่าผลการตรวจสอบจะได้ข้อยุติ