“ยิ่งลักษณ์”ทำบุญตักบาตร-ถวายสังฆทานอุทิศเป็นพระราชกุศลแด่ ร.9

‘ยิ่งลักษณ์’ พร้อมอดีตส.ส.ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลฯ  ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่วัดบำเพ็ญเหนือ ตลาดน้ำขวัญเรียม

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. เวลา 07.15 น. ที่ วัดบำเพ็ญเหนือ ตลาดน้ำขวัญเรียม เขตมีนบุรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีตรมช.สาธารณสุข นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ทำบุญตักบาตรและถวายสังฆทานเพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีประชาชนเข้าร่วมตักบาตรจำนวนมาก ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สักการะพระครูอุดมจารุวรรณ เจ้าอาวาสวัดบำเพ็ญเหนือ โดยเจ้าอาวาสได้มอบเข็มกลัดรัชกาลที่ 9 เป็นที่ระลึกให้แก่น.ส.ยิ่งลักษณ์

จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ทำบุญตักบาตรร่วมกับประชาชน โดยก่อนหน้านั้นได้ถวายสังฆทาน และกล่าวพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2538 ความว่า สังคมใดก็ตามถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ด้วยความมุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน สังคมนั้นย่อมเดินไปด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ มีความร่มเย็นเป็นสุขน่าอยู่ จากนั้นได้นำกล่าวคำถวายภัตตาหารและใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์จำนวน 6 รูป

 

อนามัยโลกประกาศ ซิกา ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับโลกแล้ว

องค์การอนามัยโลก (ฮู) ประกาศว่าไวรัสซิกา ซึ่งแพร่ระบาดจากยุงไม่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ในระดับสากลอีกแล้ว คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังซิกาถูกขึ้นบัญชีว่าเป็นปัญหาภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ทั่วโลกมานาน 9 เดือน แต่ขณะนี้ฮูชี้ว่าซิกาเป็นปัญหาที่จะยังคงอยู่ต่อเนื่องต่อไป

 

ทั้งนี้ ซิกาส่งผลให้เกิดปัญหาเด็กแรกเกิดมีศีรษะเล็กซึ่งอาจกระทบกับการพัฒนาของสมอง ซึ่งพบในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ฮูระบุว่าเพียงแค่ในบราซิลประเทศเดียว พบปัญหาดังกล่าวในเด็กแรกเกิดถึง 2,100 กรณี เพราะนอกจากยุงที่เป็นพาหะของโรคแล้ว การมีเพศสัมพันธ์ยังเป็นช่องทางในการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ดร.เดวิด เฮย์แมน ประธานคณะกรรมาธิการฉุกเฉินของฮูระบุว่า ไวรัสซิกายังคงถือเป็นภัยที่สำคัญและจะยังคงแพร่ระบาดอยู่ต่อไป แต่จะมีการปรับเปลี่ยนการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคด้วยการวางแผนระยะยาว เพราะขณะนี้ซิกาได้แพร่กระจายไปทั่วละตินอเมริกา แคริเบียน และภูมิภาคอื่นๆ

คนทั่วไปจะไม่เสียชีวิตจากไวรัสซิกา แต่จะส่งผลไปยังเด็กแรกเกิด และมีเพียง 1 ใน 5 ของผู้ติดเชื้อที่จะมีอาการบางอย่าง อาทิ เป็นไข้ ผื่นคัน และปวดข้อ

‘นายกฯ’ ชี้ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับทุกกองทัพ

 

นายกฯ ชี้ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กองทัพ เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ในทุกโอกาส บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน    

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน ถึงการสร้างความเข้มแข็งให้กองทัพ โดยระบุว่าจำเป็นที่จะต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกระทรวงกลาโหม กองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีความทันสมัย มีความพร้อม เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ในทุกโอกาส บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน รวมทั้งพัฒนาระบบเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย พร้อมทั้งจัดลำดับความเร่งด่วนความสำคัญของงาน และมีการปฏิรูปกระบวนการสอบสวน กระบวนการยุติธรรมให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ

 

มอบกระเช้าและเงินบำรุงขวัญ อ.บาเจาะ จว.นราธิวาส

เมื่อ ๑๘ พ.ย.๕๙ เวลา ๑๐๑๐ น.อ.สุรชัย ตันเจริญ รอง ผบ.ฉก.นย.ทร./รอง ผบ.ฉก.นย.ภต. เป็นผู้แทน พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร.และ น.อ.นพดล ฐิตวัฒนะสกุล ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต.เยี่ยมอาการพร้อมกับมอบกระเช้าและเงินบำรุงขวัญในนาม ผบ.ทร.และในนามของ ผบ.ฉก.นย.ทร./ผบ.ฉก.นย.ภต. ให้กับ พลฯ รอมาน เจะเย็ง ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบวางระเบิดแสวงเครื่องระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ชุด ลว.รปภ.ครู บริเวณถนนสาย ๔๒ ปากทางเข้าบ้านมะยูง ม.๕ ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จว.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๑๗ พ.ย.๕๙ ที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส จว.นราธิวาส

สมเด็จพระเทพฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม

16 พ.ย.59 เมื่อเวลา 06.55 น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง