ทะเลหมอกปกคลุมร่องเขานครชุม “พิษณุโลก” หนาวเย็นต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพอากาศยังหนาวอย่างต่อเนื่อง โดยที่ ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก อุณหภูมิวัดได้ 18 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดทะเลหมอกตั้งแต่รุ่งสางจนถึงยามสาย เช่นที่บริเวณจุดชมวิวร่องเขาแห่งนครชุมก่อนทางเข้าหมู่บ้านที่ทิวทัศน์สวยงามจนดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นหมู่ตำบลที่มีร่องเขาโอบกอด เหมาะสำหรับไปท่องเที่ยวสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น นอกจากนี้บริเวณรอบหมู่บ้านก็ยังถูกหมอกปกคลุมไปทั่วหมู่บ้าน จนทำให้ชาวบ้านต้องหาเสื้อกันหนาวมาสวมใส่ในยามเช้า แต่ยามสายอากาศจะเริ่มอบอุ่นและร้อนในช่วงบ่าย

นายสุรินทร์โรจน์ ศรีสังข์ ปลัด อบต.นครชุม ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชุม กล่าวว่า ในช่วงนี้ที่ ต.นครชุม มีสภาพอากาศดีมาก ในช่วงเช้ามีทะเลหมอกปกคลุมหมู่บ้านและตามร่องเขา เห็นแล้วสวยงามเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ ดูทะเลหมอกยามเช้า ซึ่งที่จุดชมวิวร่องเขาแห่งนครชุม นักท่องเที่ยวสามารถไปถ่ายรูปชมทะเลหมอกยามเช้าได้ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นฤดูหนาวทีเดียว

 

ดอยอินทนนท์หนาวจัด! เกิด “เหมยขาบ” แรกของปี

ยอดดอยอินทนนท์จ.เชียงใหม่ เกิดเหมยขาบเป็นครั้งแรกของปีนี้ ระยะทางกว่า5 ก.ม. ขณะอุณหภูมิยังหนาวเย็นที่ 4 องศาเซลเซียส 

หลังจากที่อุณหภูมิทางภาคเหนือ และที่จังหวัดเชียงใหม่เริ่มหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะตามเทือกเขา และยอดดอยสูง อย่างที่ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 8 องศาต่อเนื่องมานานเกือบ 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ รายงานล่าสุดเช้านี้มาพร้อมกับส่งภาพมาให้กับทางทีมข่าวว่าเช้านี้เกิดปรากฏการณ์ของสภาพอากาศหนาวจัด เป็นสัญญาณการเข้าสู่ช่วงอากาศหนาวจัดของภาคเหนืออย่างเต็มตัวแล้ว

โดยเช้านี้เกิดเหมยขาบหรือน้ำค้างแข็งขึ้นเป็นครั้งแรกของฤดูหนาวปีนี้แล้ว ที่ยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 4.0 องศา ส่วนที่กิ่วแม่ปานวัดได้ 3 องศา โดยเหมยขาบเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างตั้งแต่กิโลเมตรที่ 42 กิ่วแม่ปานถึงกิโลเมตรที่ 47 ยอดดอยอินทนนท์ เป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ตลอด2ข้างทางเกิดเหมยขาบขึ้นตามยอดหญ้า และใบไม้ รวมทั้งที่หลังคารถของเจ้าหน้าที่ที่จอดทิ้งไว้ช่วงกลางคืนก็เกิดเหมยขาบเป็นลักษณะของน้ำค้างที่แข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็งให้เห็น

นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปเที่ยวยอดดอยเช้านี้ จึงนับเป็นนักท่องเที่ยวชุดแรกที่ได้ชมเหมยขาบของปีนี้ต่างก็พากันถ่ายภาพความสวยงามและภาพประทับใจเก็บไว้ และเผยแพร่แชร์กันลงบนโลกออนไลน์กันอย่างคึกคัก

 

 

“ยิ่งลักษณ์”ทำบุญตักบาตร-ถวายสังฆทานอุทิศเป็นพระราชกุศลแด่ ร.9

‘ยิ่งลักษณ์’ พร้อมอดีตส.ส.ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลฯ  ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่วัดบำเพ็ญเหนือ ตลาดน้ำขวัญเรียม

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. เวลา 07.15 น. ที่ วัดบำเพ็ญเหนือ ตลาดน้ำขวัญเรียม เขตมีนบุรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีตรมช.สาธารณสุข นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ทำบุญตักบาตรและถวายสังฆทานเพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีประชาชนเข้าร่วมตักบาตรจำนวนมาก ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สักการะพระครูอุดมจารุวรรณ เจ้าอาวาสวัดบำเพ็ญเหนือ โดยเจ้าอาวาสได้มอบเข็มกลัดรัชกาลที่ 9 เป็นที่ระลึกให้แก่น.ส.ยิ่งลักษณ์

จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ทำบุญตักบาตรร่วมกับประชาชน โดยก่อนหน้านั้นได้ถวายสังฆทาน และกล่าวพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2538 ความว่า สังคมใดก็ตามถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ด้วยความมุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน สังคมนั้นย่อมเดินไปด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ มีความร่มเย็นเป็นสุขน่าอยู่ จากนั้นได้นำกล่าวคำถวายภัตตาหารและใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์จำนวน 6 รูป

 

อนามัยโลกประกาศ ซิกา ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับโลกแล้ว

องค์การอนามัยโลก (ฮู) ประกาศว่าไวรัสซิกา ซึ่งแพร่ระบาดจากยุงไม่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ในระดับสากลอีกแล้ว คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังซิกาถูกขึ้นบัญชีว่าเป็นปัญหาภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ทั่วโลกมานาน 9 เดือน แต่ขณะนี้ฮูชี้ว่าซิกาเป็นปัญหาที่จะยังคงอยู่ต่อเนื่องต่อไป

 

ทั้งนี้ ซิกาส่งผลให้เกิดปัญหาเด็กแรกเกิดมีศีรษะเล็กซึ่งอาจกระทบกับการพัฒนาของสมอง ซึ่งพบในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ฮูระบุว่าเพียงแค่ในบราซิลประเทศเดียว พบปัญหาดังกล่าวในเด็กแรกเกิดถึง 2,100 กรณี เพราะนอกจากยุงที่เป็นพาหะของโรคแล้ว การมีเพศสัมพันธ์ยังเป็นช่องทางในการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ดร.เดวิด เฮย์แมน ประธานคณะกรรมาธิการฉุกเฉินของฮูระบุว่า ไวรัสซิกายังคงถือเป็นภัยที่สำคัญและจะยังคงแพร่ระบาดอยู่ต่อไป แต่จะมีการปรับเปลี่ยนการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคด้วยการวางแผนระยะยาว เพราะขณะนี้ซิกาได้แพร่กระจายไปทั่วละตินอเมริกา แคริเบียน และภูมิภาคอื่นๆ

คนทั่วไปจะไม่เสียชีวิตจากไวรัสซิกา แต่จะส่งผลไปยังเด็กแรกเกิด และมีเพียง 1 ใน 5 ของผู้ติดเชื้อที่จะมีอาการบางอย่าง อาทิ เป็นไข้ ผื่นคัน และปวดข้อ