กสทช.เผยผู้บริหาร ais เอี่ยวขายข้อมูลลูกค้า

ผู้เสียหายที่ถูกพนักงานเอไอเอสขโมยข้อมูล เข้ายื่นหนังสือ กสทช. เผยถูกขโมยข้อมูลตั้งแต่ปี 57 ด้าน กสทช. ชี้ต้องร่วมฟ้องตามกฎหมายด้วย เผยผู้กระทำความผิดเป็นระดับผู้บริหาร แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป นัดประชุมอีกครั้ง 26 ก.ย.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยภายหลังรับหนังสือจากผู้เสียหายที่ถูกเอไอเอสขโมยข้อมูล ระบุ ผู้เสียหายแจ้งว่าถูกขโมยข้อมูล ตั้งแต่ปี 2557 และยังมีอีกกว่า 100 เบอร์ที่ไม่ใช่ของตนถูกขโมยข้อมูล จึงมอบหมายให้เอไอเอส ตรวจสอบเบอร์ดังกล่าวว่าถูกล้วงข้อมูลเชิงลึกจริงหรือไม่ ขณะเดียวกัน กสทช. จะต้องเป็นผู้เสียหายร่วม ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ฟหสัปดาห์หน้า จึงจะขอความเห็นชอบ บอร์ด กสทช. ให้สำนักงานฯ แจ้งความอาญาต่อผู้กระทำผิด

ทั้งนี้ เอไอเอส ได้แจ้งชื่อผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ซึ่งเอไอเอสได้ตรวจสอบและแจ้งความกับผู้กระทำความผิดแล้ว โดยคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จะนัดประชุมอีกครั้ง 26 กันยายนนี้

สุดเศร้า!!!!! โลกโซเชียลไว้อาลัยเหยื่อเรือล่ม ส่งยิ้มลาครั้งสุดท้าย

กลุ่มเพื่อนในเฟซบุ๊กของเหยื่อสาวที่ประสบเหตุเรือล่มที่พระนครศรีอยุธยา ร่วมไว้อาลัยแก่พนักงานกระทรวงแรงงานที่ไปร่วมล่องเรือพบปะสังสรรค์ตามประเพณีชาวมุสลิม เมื่อวานนี้ (18 ก.ย.) ทั้งที่เจ้าตัวเพิ่งโพสต์ภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มระหว่างโดยสารบนเรือ เพียงไม่กี่นาทีก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

จากกรณีเหตุเรือล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดสนามชัย ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังปฏิบัติหน้าที่ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุเพียงไม่กี่นาที พบว่าหญิงสาวที่เป็นหนึ่งในเหยื่อผู้เสียชีวิต เพิ่งได้โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊ก เป็นสาวโพกผ้าสีแดง สวมเสื้อสีเหลือง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
จนกระทั่งเกิดเหตุเศร้าสลดขึ้น บรรดาญาติๆ และเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กของหญิงสาวคนดังกล่าว ต่างพากันตกใจ พร้อมกับโพสต์ข้อความไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนเพื่อนที่อยู่ในภาพอีกคน ขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม

สำหรับผู้หญิงคนดังกล่าว คือ น.ส.ชนาพา มหาครุฑ อายุ 28 ปี เป็นเจ้าพนักงานแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้ขึ้นเรือลำดังกล่าวเพื่อพบปะสังสรรค์ตามประเพณีของชาวมุสลิม ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ล่องเรือจากมัสยิดอีกตำบลไปยังอีกตำบล จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ เรือหักหลบเรือบรรทุกทราย และพุ่งชนกับเสาเข็ม ทำให้เรือจมลงอย่างรวดเร็วตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น