แจ้งเบี่ยงจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าว และผังเส้นทางปรับใหม่

แจ้งเบี่ยงจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ทั้งฝั่งขาเข้า-ขาออก ฝั่งละ 1 ช่องทาง ท่านใดที่ต้องเดินทางผ่านบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ขอความกรุณาโปรดวางแผน และ เผื่อเวลาในการเดินทางเนื่องจากมีการเบี่ยงจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าว เพื่อดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว
 

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. แจ้ง ท่านใดที่ต้องเดินทางผ่านบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ขอความกรุณาโปรดวางแผนและเผื่อเวลาในการเดินทางเนื่องจากมีการเบี่ยงจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ฝั่งละ 1 ช่องทาง (ชิดเกาะกลาง) เพื่อดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว(เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ทั้งนี้ การเบี่ยงจราจรดังกล่าวอาจทำให้ผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวก และ รฟม. ต้องขอภัยมา ณโอกาสนี้ ศึกษาข้อมูลทางลัดทางเลี่ยงเพิ่มเติมได้ที่ www.mrta.co.th หรือโทร. 0 2115 6000

 

 

 

‘กรมที่ดิน’ ส่ง จนท.ลงสำรวจสนามบินสมุย หลัง “สนช.-ป.ป.ช.”ชี้บางกอกแอร์เวย์สรุกที่รัฐ

‘กรมที่ดิน’ ส่ง จนท.ลงสำรวจสนามบินสมุยแล้ว แจงยังไม่ถึงขั้นตอนตั้งคกก.เพิกถอน เหตุต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน ระบุอย่ามองว่าป.ป.ช. ชี้มูลแล้วต้องเพิกถอนทันที
 

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายประทีป กีรติเรขา อธิบดีกรมที่ดิน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี บุกรุกพื้นที่รัฐว่า ทางกรมได้ส่งผู้ตรวจราชการลงไปตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นตอนการตั้งคณะกรรมการเพิกถอนที่ดินเนื่องจากต้องมีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนก่อน และไม่ได้หมายความว่าเมื่อป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว จะต้องทำการเพิกถอนทันทีเพราะพิจารณาข้อเท็จจริงต่างๆ ด้วย

“เรื่องดังกล่าวขณะนี้ที่ดิน อ.สมุย ได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจ.สุราษฎร์ธานีแล้ว ก่อนจะนำสรุปมายังกรม ซึ่งขณะนี้ผมยังไม่ได้รับหนังสือจากจังหวัดเพราะที่ดินจังหวัดจะขึ้นกับผู้ว่าฯ และต้องสอบข้อเท็จจริงจนได้ความชัดเจนระดับหนึ่งก่อนว่าจะเพิกถอน แล้วจึงรายงานให้กรมที่ดินตั้งกรรมการเพิกถอน อย่างไรก็ตามยืนยันทางกรมจะไม่ทิ้งเรื่องดังกล่าว แม้จะเป็นอำนาจของจังหวัด ซึ่งทางกรมได้ส่งผู้ตรวจราชการลงไปตรวจสอบแล้ว”นายประทีป กล่าว

แหล่งข่าวจากกรมที่ดิน ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าที่ดินแปลงนี้ เดิมเป็นน.ส. 3 ก ซึ่งบริษัทรายหนึ่งได้ซื้อมาจากชาวบ้าน ต่อมาบริษัทนั้นได้นำมารวบรวมเพื่อขอออกโฉนด ซึ่งดูแล้วไม่ผิดอะไร แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏว่าทิศตะวันตกด้านซ้ายมือของโฉนด มี 2 ส่วนที่พบสิ่งผิดปกติแต่ไม่มาก กล่าวคือด้านทิศตะวันตกตอนเหนือมีการออกทับคลองบางทดเพียงเล็กน้อย ส่วนล่างมีการออกทับพรุบางรักษ์เพียงเล็กน้อย จึงได้ให้จังหวัดตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งว่ามีการทับกันเท่าไร อย่างไร และได้ส่งผู้ตรวจราชการตรวจสอบข้อมูลไปถึงขั้นไหน มีส่วนทับกันมากน้อยเพียงใด แต่ปัญหาคือชาวบ้านอาจคิดว่าที่ดินผืนนี้ทับที่ทั้งแปลง ซึ่งมันไม่ใช่