เจ็บนี้อีกนาน! แมวน้อยจอมซนเล่นจนได้เรื่อง

บนโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ แมวโดนตุ๊กแกงับเท้ากันอย่างกว้างขวางถึง 4,567 ครั้ง หลังสมาชิกเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า “นู๋พร เอวเด้ง” ซึ่งโพสต์ภาพเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 59 ที่ผ่านมา พร้อมกับข้อความว่า.. ลูกสาวซนมากๆ…โดนตุ๊กแกน้อยกัดนิ้ว…ร้องลั่นบ้านเลยยยย..5555

สำหรับแมวน้อยในภาพชื่อว่า “น้องมะยม” ซึ่งด้วยความที่ยังเด็กและซุกซนตามประสาแมว ได้เจอตุ๊กแกที่ไม่เคยพบเห็นเข้ามาในบ้าน ก่อนจะใช้เท้าตะปบไปตะปบมา สุดท้ายต้องร้องลั่นบ้านอย่างน่าสงสาร เมื่อถูกตุ๊กแกงับเข้าที่บริเวณขา โดยเจ้าของไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ตุ๊กแกปล่อยปากที่งับออก สุดท้ายตุ๊กแกก็ปล่อยเอง

ภายหลังภาพชุดเจ้าเหมียว-น้องมะยม ถูกนำไปโพสต์แชร์ต่อกันตามกลุ่มทาสแมว ทำให้บรรดาคนรักแมวต่างเข้ามาชมและแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะขำในความซนและรู้สึกสงสารในเวลาเดียวกัน แต่ก็ยังมีหลายคนตั้งคำถามว่า แล้วต้องทำอย่างไรหากเวลาแมวที่เรารักถูกตุ๊กแกกัดไม่ยอมปล่อย ซึ่งคำตอบที่แน่ชัดยังไม่ระบุว่าวิธีไหนดีที่สุด.

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก นู๋พร เอวเด้ง

โลมาโดนคลื่นซัดเกยตื้นเกาะลันตา กระบี่

10 ก.ค.59 เวลา หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือ เกาะลันตาน้อย ทัพเรือภาคที่3 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ว่ามีปลาโลมาเกยตื้นบริเวณชายหาดหลังสอด การนี้ นาวาตรี พีรภัทร พัฒนโสภณ ผู้บังคับหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือ เกาะลันตาน้อย จึงสั่งการจัดกำลังพลจำนวน 7 นาย ร่วมกับนายศักดิ์ดา ทวีเมือง ประมงอำเภอเกาะลันตา เข้าไปตรวจสอบ บริเวณที่ได้รับแจ้ง พบปลาโลมาขนาดความยาว 1.5 เมตรน้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัมเป็นเพศเมีย ได้ขึ้นมาเกยตื้นไม่สามารถลงน้ำได้คาดว่าน่าจะเกิดจากคลื่นลมแรงประกอบกับน้ำขึ้นสูงช่วงเวลาตี 2 ในเมื่อคืนที่ผ่านมาปลาตัวนี้เลยไม่สามารถว่ายกลับลงสู่ทะเลได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือเกาะลันตาน้อยได้ช่วยกันนำปลาโลมาตัวดังกล่าวขึ้นรถปิคอัพของหน่วยแล้วนำไปปล่อยที่บริเวณ ชายหาดหน้าหน่วยแต่เนื่องจากสภาพของปลาโลมานั้นมีอาการอ่อนเพลียและมีบาดแผลบริเวณครีบด้านซ้ายจึงไม่สามารถที่จะว่ายน้ำได้ทางหน่วยจึงได้นำปลาโลมาตัวดังกล่าวไปไว้ที่กระชังหลังอำเภอเกาะลันตา เพื่อรอเจ้าหน้าที่ฝ่ายประมงจากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความชำนาญในเรื่องนี้มารับไปอนุบาลรักษาต่อเพื่อปล่อยสู่ธรรมชาติและเพื่อศึกษาต่อไป

แจ้งความ ป. เอาผิดแก๊งหญิงไก่ทั้งหมดในวันนี้ ทั้งข้อหา ละเว้น 157 ร่วมกระทำความผิดทุกกระทง ชี้ขบวนการใหญ่มาก

แจ้งความ เอาผิดแก๊งหญิงไก่ทั้งหมดในวันนี้ ทั้งข้อหา ละเว้น 157 ร่วมกระทำความผิดทุกกระทง ชี้ขบวนการใหญ่มาก
นายสงกรานต์ อัจริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในฐานะทนายความของเหยื่อคดีหญิงไก่ เปิดเผยในวันนี้เวลาประมาณ 09.00 น. ว่าตนเองจะนำเอาเหยื่อผู้เสียหายทางคดีของหญิงไก่ ที่ถูกแจ้งความเอาผิดข้อหาลักทรัพย์ ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจกองปราบปราม กับผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องทางคดีของหญิงทุกกระทง ที่ทางกองปราบปรามแจ้งข้อหาไปก่อนหน้านี้ 3 ข้อหาด้วยกัน คือ แจ้งความเท็จ พยายามค้ามนุษย์ และหมิ่น ม.112 ซึ่งการแจ้งความครั้งนี้ยังไม่ระบุผู้ที่ร่วมขบวนการ แต่เป็นการแจ้งความเอาไว้ให้มีเจ้าทุกข์ เพื่อที่ทางตำรวจกองปราบฯ จะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดต่อไป

อย่างไรก็ตาม ข้อหาที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษครั้งนี้ จะประกอบด้วย การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ม.157 หากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกันกระทำความผิดตาม 3 ข้อหาที่แจ้งต่อหญิงไก่ทั้งหมด ซึ่งการแจ้งความครั้งนี้จะได้ทำควบคู่กับคดีหลักของหญิงไก่ เพื่อความรวดเร็วทางคดี โดยขบวนการนี้ใหญ่มาก มีคนร่วมหลายระดับ ส่วนเหยื่อหญิงไก่ทุกคนขณะนี้ปลอดภัยดี และอยู่ภายใต้การดูแลของตำรวจกองปราบปราม และยังไม่พบการข่มขู่พยานแต่อย่างใด

กรมอุตุเตือน ไทยยังมีฝนต่อเนื่อง อ่าวไทย อันดามัน คลื่นสูง 2-3 เมตร ขณะที่ กทม. ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด และระนอง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากปริมาณฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตก และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดน้อยกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
อนึ่ง พายุดีเปรสชั่น“เนพาร์ตัก” (NEPARTAK) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีนแล้ว และคาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย

ญี่ปุ่นใช้นโยบายรัดเข็มขัดเข้ม ลดต้นทุน หลังเงินเยนแข็งค่าฉุดกำไรฮวบบ

บีบีซีรายงานว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประกาศใช้มาตรการรัดเข็มขัดลดรายจ่ายอีกครั้งนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกเมื่อปี 2008 กับการประหยัดพลังงานในสำนักงานใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่น อาทิ การปิดใช้งานลิฟต์ 2 ตัว จากทั้งหมด 8 ตัว การควบคุมอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ และการใช้หลอดไฟแอลอีดีโตโยต้า ระบุว่า มาตรการประหยัดครั้งนี้คล้ายคลึงกับที่เคยใช้เมื่อ 8 ปีก่อน และไม่ได้มีอะไรใหม่ โดยย้ำว่าทั้งหมดเป็นการตอกย้ำถึงแนวความคิดของบริษัทที่ต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันไปพร้อมกับการประหยัด ลดการสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ และยังสอดคล้องกับแนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยอย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลกไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า มาตรการลดรายจ่ายดังกล่าวสามารถช่วยประหยัดเงินให้บริษัทได้เท่าไร ทั้งนี้ มาตรการของโตโยต้ามีขึ้นในขณะที่ภาคเอกชนของญี่ปุ่นกำลังประสบกับปัญหาค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น จนกระทบต่อคาดการณ์รายได้ของบริษัทในปีงบประมาณ 2016 ซึ่งโตโยต้าระบุก่อนหน้านี้ว่า รายได้สุทธิในปีนี้อาจน้อยกว่าในปีงบประมาณที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.11 แสนล้านบาท)ด้านบลูมเบิร์ก รายงานว่า รายได้ของโตโยโต้อาจลดลงมาอยู่ที่ 1.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.8 แสนล้านบาท)บนฐานค่าเงินเยนเฉลี่ยที่ 100 เยน/เหรียญสหรัฐ หรือ 115 เยน/ยูโร