นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี ลุยล้างสถานีขนส่งเทศบาลเมืองลพบุรี ป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 เพื่อป้องกันผู้ที่มา ใช้บริการนายสถานี

ศูนย์ข่าวหนังสือพิมพ์5 เหล่าทัพ จังหวัดลพบุรี รายงานข่าวมาจากจังหวัดลพบุรีว่า นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ อัศวสงคราม รองนายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี นายนิทัศน์ ต้นจันทน์ ปลัดเทศบาลเมืองลพบุรี นำเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองลพบุรีและเจ้าหน้าที่ บขส.เทศบาลเมืองลพบุรี ลงพื้นที่ทำความสะอาดล้าง บขส.เทศบาลเมืองลพบุรี ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อเป็นการระวังป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-๑๙ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ บขส.เทศบาลเมืองลพบุรี

ใจรัก วงศ์ใหญ่
ศูนย์ข่าวหนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพ
จังหวัดลพบุรี

วัชระค้านเลขาฯสภาสั่งงดค่าปรับบ.เอกชนที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาไม่เสร็จตามสัญญา ขู่ยื่นป.ป.ช.สอบกก.ตรวจการจ้างทุกคน หากทำเกินหน้าที่ไม่รักษาผลประโยชน์ชาติ

(11 ม.ค.64)เมื่อเวลา 15.55 น.ที่อาคารรัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่สารบาญถึงนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ ประธานกรรมการตรวจการจ้าง กรรมการและที่ปรึกษาทุกคน เพื่อคัดค้านกรณีนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ได้สั่งการให้คณะกรรมการตรวจการจ้างร่วมกับผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง และผู้แทนจากสำนักอัยการสูงสุดพิจารณางดหรือปรับลดค่าปรับให้บริษัทคู่สัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ตามสัญญาเลขที่ 116/2556

นายวัชระ กล่าวว่า ตนในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีอากรเต็มจำนวน และมีส่วนได้เสียตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ขอคัดค้านแนวคิดและคำสั่งการของนางพรพิศที่ได้มีหนังสือลงวันที่ 4 มกราคม 2564 ถึงบริษัทผู้รับเหมาเพื่อเรียกค่าปรับเนื่องจากผิดสัญญาโดยระบุว่า บัดนี้ได้ครบกำหนดเวลาทำงานแล้วเสร็จตามสัญญาดังกล่าวแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้รับจ้างทำงานไม่แล้วเสร็จอันเป็นการผิดสัญญาซึ่งตามเงื่อนไขสัญญาผู้รับจ้างจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นรายวันวันละ 12,280,000 บาท( สิบสองล้านสองแสนแปดหมื่นบาทถ้วน)และค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้ควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการเป็นจำนวนเงินวันละ 332,140 บาท( สามแสนสามหมื่นสองพันหนึ่งร้อยสี่สิบบาทถ้วน) นับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาทำงานตามสัญญา(วันที่ 1 มกราคม 2564) จนถึงวันที่ผู้รับจ้างทำงานแล้วเสร็จ  การงดหรือปรับลดค่าปรับตามกฎหมายเป็นอำนาจและหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการ ดังนั้น หากคณะกรรมการมีมติเกินกว่าอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ และหากเข้าข่ายเอื้ออำนวยประโยชน์แก่บริษัทเอกชน ไม่รักษาผลประโยชน์ของทางราชการ หากคณะกรรมการมีมติอย่างหนึ่งอย่างใดทำให้รัฐเสียหายแม้แต่น้อย ตนจะยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ลงมติทุกคนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ทันที เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

ปราจีนบุรี ไฟไหม้บ่อขยะดับแล้ว100%

จากกรณีที่ไฟไหม้บ่อขยะของเทศบาลเมืองเก่า​ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี​ เมื่อบ่ายวันที่ 9 มค.ที่ผ่านมา เทศบาลเมืองเก่าได้ประสานขอรถดับเพลิงจาก​ อบต.
เมืองเก่า อบต.กบินทร์​ อบต.เขาไม้แก้ว จำนวน 4 คันช่วยดับไฟที่ไหม้บ่อขยะไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เนื่องจากกองขยะกองใหญ่และสูง ต้นเพลิงไหม้มาจากทิศเหนือกระแสลมค่อนข้างแรง​
วันที่ 10 มค.64 นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี ลงพื้นที่ควบคุมและสั่งการด้วยตัวเองได้สั่งการให้ประสานขอรถดับเพลิงเพิ่ม และจัดหารถแบคโฮ เพื่อมาคุ้ยเขี่ยไฟที่ไหม้กองขยะด้านล่างเพื่อง่ายแก่การดับไฟ แต่ก็ยังไม่แล้วเสร็จเนื่องจากว่ามืดก่อน ยากแก่การดับไฟในกองขยะที่คับแคบอีกทั้งแสงสว่างไม่เพียงพอยากแก่การทำงาน วันที่ 10 มค.64 ขอรถดับเพลิงเพิ่มอีก 2 คัน รวม 6 คัน ระดมดับไฟอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเหลือพื้นที่น้อยลง

นายอนันต์พลาหาญ รองนายกเทศมนตรีเทศบาล  เมืองเก่า กล่าวว่าจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะของเทศบาลฯ ได้เร่งทำการดับไฟดูเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบด้านต่างๆ แม้ว่าการทำงานติดขัดบ้างบางประการแต่ก็สามารถทำงานต่อเนื่องได้ คาดว่าวันนี้จะทำการดับไฟในบ่อขยะได้ 100% กระทั่งเวลา 18.00 น.สามารถดับไฟได้ตามที่คาดการไว้ และจะเร่งดำเนินการฝังกลบโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันไฟไหม้บ่อขยะซ้ำอีกครั้งหนึ่ง…

ภาพ/ข่าว:ทองสุข สิงห์พิมพ์

แม่ทัพน้อยที่ 1 ลงพื้นที่สิงห์บุรีตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด่านคัดกรองโควิด-19

วันที่ 10 ม.ค.64 เวลา 15.30 น. พลโท สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพน้อยที่ 1/รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 1 ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจในพื้นที่ในจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี พันเอก ชายธนัญชา วาจรัต รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จังหวัดสิงห์บุรี ผู้กำกับการตำรวจภูธรบางระจัน ผู้กำกับการตำรวจภูธรอินทร์บุรี นายอำเภออินทร์บุรี ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สาธารณสุขอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

เพื่อเน้นย้ำการปฏิบัติของ จนท.ประจำด่านตรวจให้ทำการตรวจคัดกรองโรคโดยละเอียด และจะต้องตรวจบัตรประชาชน เพื่อป้องกันแรงงานต่างด้าวเดินทางข้ามพื้นที่ และในห้วงเวลากลางวันมีรถผ่านด่านจำนวนมากให้ทำการตรวจโดยเน้นที่รถโดยสารสาธารณะแต่เมื่อถึงเวลากลางคืนรถมีปริมานน้อยให้ทำการตรวจทุกคัน

โดยแต่ละจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวอยู่ในพื้นที่ ทำแผนเตรียมการในเรื่องของ ร.พ.สนาม สำหรับแรงงานต่างด้าวเพื่อรองรับเหตุหากมีผู้ป่วยจำนวนมากและป้องกันปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างประชาชนในพื้นที่ ที่ไม่เห็นด้วยต่อการตั้ง ร.พ.สนาม สำหรับแรงงานต่างด้าว

และยังกำชับในเรื่องการจัดกำลังทหารเข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติ โดยจะต้องปฏิบัติตลอด 24 ชม. ให้เจ้าหน้าที่ทุกนายป้องกันตนเองในขณะปฏิบัติหน้าที่ให้ดี

หลังจากนั้น ได้กรุณามอบ ผลไม้ เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน

กชกร พวยไพบูลย์
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสิงห์บุรี

นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เดินทางไปเยี่ยมอาการป่วยและให้กำลังใจ

วันที่ 11 มกราคม 2564 เวลา 08.30 น. นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เดินทางไปเยี่ยมอาการป่วยและให้กำลังใจ นายยุ้ย พรมมา อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128/3 (บ้านบางแค)ต.บางมัญ อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งปรากฎข่าวใน Facebook ว่าเดินพลัดหลงกับญาติบริเวณหน้าเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้วัดโพธิ์เงินไปจนถึงบริเวณวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี แล้วหกล้มได้รับบาดเจ็บมีแผลบนใบหน้า ผู้พบเห็นสอบถามลุงจำชื่อตนเองไม่ได้ และบอกทางกลับบ้านไม่ได้ พลเมืองดีเลยนำตัวส่งโรงพยาบาลสิงห์บุรี และใช้ Facebookและมีเพื่อนใน Facebookช่วยๆกันแชร์ ติดตามหาญาติ และหลังจากโรงพยาบาลสิงห์บุรีได้ทำการรักษาแผลแล้ว ลูกชายทราบข่าวจึงได้รับตัวกลับบ้าน

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีได้มอบกระเข้าเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจลุงยุ้ย พร้อมฝากให้ลูกๆช่วยดูแลคุณลุงให้ดี และได้สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสิงห์บุรี ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี และกองสาธารณสุขเทศบาลเมืองสิงห์บุรี มอบหมายเจ้าหน้าที่ อสม. เข้าตรวจเยี่ยมติดตามอาการและให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพต่อไป

กชกร พวยไพบูลย์
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสิงห์บุรี