สตูล อบต.ควนกาหลง จัดโครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพตำบลควนกาหลง เดิน-วิ่ง Fun Run 3,000 เมตร ชิงแชมป์ “สูงวัยใจเกินร้อย”

ณ บริเวณสวนสุขภาพ สระน้ำบ้านซอย 10 นายณัฐภาพงศ์ สุวรรณชนะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง พร้อมด้วยนายสุเรน เส็นใหญ่ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง สมาชิกสภา อบต. หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบต.ควนกาหลง ร่วมกิจกรรมโครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพตำบลควนกาหลง เดิน-วิ่ง Fun Run 3,000 เมตร ชิงแชมป์ “สูงวัยใจเกินร้อย” โดยกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันและรักษาโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคความดัน โรคเบาหวานและโรคต่างๆ ให้แก่ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างพื้นที่และโอกาสให้ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมในการพัฒนาความสามารถในการดูแลรักษาสุขภาพตนเอง เพื่อให้ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปดูแลสุขภาพตนเองอย่างถูกวิธีและถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้อื่นได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจและแรงกระตุ้นให้เกิดการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องแก่ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป
โดยในวันนี้มีผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน

นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

จังหวัดพัทลุง พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางลงพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร เส้นทางถูกตัดขาด

วันนี้ 5 ธันวาคม 2563 เวลา 11:00 น. ที่บ้านชายคลอง หมู่ 11 ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางลงพื้นที่เพื่อมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร เส้นทางถูกตัดขาด ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจรไปมา
พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย ส่วนราชการในพื้นที่ ได้นำเรือท้องแบนจำนวน 4 ลำ  ลำเลียงถุงยังชีพไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ติดค้างอยู่ในบ้านพักอาศัย ประมาณ 15 ครัวเรือน โดยทางจังหวัดพัทลุง ได้สั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลพร้อมกันนั้น ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตั้งศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราวในจุดศูนย์กลสงของหมู่บ้านดัง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง คาดการณ์ว่าหมู่บ้านพื้นที่ริมทะเลสาบลำปำนี้ระดับน้ำจะระบายออกได้ช้าเนื่องจากเป็นพื้นที่รองรับน้ำ และมีน้ำทะเลหนุน ต้องใช้เวลากว่า 1 เดือนถึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ขอบคุณภาพข่าวจากศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 4

 

ปราจีนบุรี ลุง 67 ปล่อยโฮ ถูกคนใจบาปเผ่าข้าวเปลือกกลางทุ่งนา

วันที่ 4 ธค.63 เวลา 12.00 น.ผู้สื่อข่าวจังหวัดปราจีนบุรีได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีคนใจบาปแอบลักลอบเผาข้าวเปลือกของชาวนา ม.7
ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี
จ.ปราจีนบุรี เจ้าของนาข้าวกำลังร้องไห้อยู่ที่กระท่อมนาของตัวเอง จึงเดินทางไปพบกับเจ้าของนาที่ทุ่งนาพบชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้มองทุ่งนาข้าวด้วยความเสียใจ ทราบชื่อลุงสุภา บัวพันธุ์ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 /1 ม.7
ต.เมืองเก่าอ.กบินทร์บุรี
จ.ปราจีนบุรี ลุงสุภากล่าวทั้งน้ำตาว่าช่วงสายๆออกมาดูนาข้าวที่เก็บเกี่ยวหลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และได้มัดฟ่อนข้าวรวมกันเป็นกองๆเพื่อรอการพ่นข้าวในอีก 1-2 วันที่จะถึงนี้ เมื่อเดินเข้ามาที่ทุ่งนาเห็นมีควันไฟตอนแรกยังไม่คิดว่าไฟไหม้ฟ่อนข้าวของตัวเอง ทันทีที่เดินเข้ามาใกล้ๆเห็นว่าป้อนข้าวถูกคนใจบาปจุดไฟเผาไหม้หมดกลองที่กองอยู่จุดแรกราว 270 กว่าฟ่อน (ประมาณ 100 ถัง) ถึงกลับปล่อยโฮออกมาด้วยความเสียใจ ลุงสุภา กล่าวต่ออีกว่าไม่รู้ว่าใครแอบมาเผาฟ่อนข้าว
เปลือกซึ่งกำลังจะหารถมาพ่นข้าวอยู่แล้ว ไม่เคยสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับใครที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ครั้งนี้เป็นครั้งแรกพร้อมกับโพล่งออกมาว่า “เผาข้าวกูทำไมทำแบบเอาปืนมายิงกูเสียดีกว่าสงสารแม่โพสพเหลือเกิน”จากนั้นลุงสุภาภาเดินเข้าไปดูตรงบริเวณที่คนใจบาปจุดไฟเผาฟ่อนข้าวที่เหลือแต่ขี้เถ้าที่ยังมีไฟอยู่ จากนั้นลุงสุภาได้พาเดินไปดูกองฟ่อนข้าวที่ยังเหลือไว้อีก 2 จุด บนเนื้อที่ 10 ไร่ ซึงได้นำฟ่อนข้าวที่กองรวมกันไว้รอพ่นข้าวคนใจบาปไม่ได้จุดไฟเผา ตอนนี้รู้กังวลใจมากกลัวว่าคนใจบาปจะแอบมาเผาข้าวอีกแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรคงต้องมานอนเฝ้าจนกว่าจะรถพ่นข้าวจะมาพ่นจึงจะเก็บไว้กินและแบ่งขาย ณ เวลานี้ยังคิดไม่ออกว่าตนไปทำให้ใครไม่พอใจเรื่องอะไรทำถึงต้องมาเผาข้าวแบบนี้ขณะเดินกลับเห็นรวงข้าวเปลือกพี่ถูกไฟไหม้ไม่หมดลุงสุภาถึงกับร้องไห้โฮออกมาอีกครั้งและสบท

ออกมา “โธ่เอ้ย..ฮือ..แม่นางโพสพเอ้ยถูกไฟไหม้หมดเลยฮือๆ”ค่อยๆเอามือจับรวงข้าวขึ้นมาถือไว้ และเอาน้ำมาดับไฟที่ยังไหม้อยู่ชั้นล่างสุดเป็นภาพที่สะเทือนใจชาวนามากที่สุดเห็นภาพนี้…

ภาพ/:ทองสุข สิงห์พิมพ์

จังหวัดสิงห์บุรี จัดพิธีมหามงคลรวมศาสนา 3 ธันวาคม 2563 รวมใจภักดิ์ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ “พ่อแห่งแผ่นดิน”

วานนี้ (3 ธ.ค.63) เวลา 17.00 น. นายณัฐพล ธานีรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีมหามงคลรวมศาสนา 3 ธันวาคม 2563 รวมใจภักดิ์ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ “พ่อแห่งแผ่นดิน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ณ ห้องประชุม 100 ปี หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง พระอารามหลวง อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรีซึ่งพิธีมหามงคลรวมศาสนาฯ ประกอบด้วย 3 ศาสนา คือศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์ โดยมีหัวหน้าส่วนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชน นักเรียน นักศึกษาร่วมในพิธีจำนวนมาก

ทั้งนี้ เพื่อให้ศาสนิกชนได้แสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และเพื่อส่งเสริมให้ศาสนิกชนมีจิตสำนึกที่ดีและตั้งใจปฏิบัติตนตามหลักธรรมคำสอนทางศาสนา สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ องค์กรภาคเอกชน และสร้างความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนทุกศาสนาต่อไป

กชกร พวยไพบูลย์
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสิงห์บุรี

ประจำปีงบประมาณ 2564 ซึ่งมีกิจกรรมสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง

ศูนย์ข่าวหนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพ จังหวัดลพบุรี รายงานข่าวมาว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลเขาพระงาม จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ และสนับสนุนการจัดงานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปีะจำปีงบประมาณ 2564 ซึ่งมีกิจกรรมสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน หน่วยงานทหาร (ปตอ.พัน 3) และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างความรักความสามัคคี รักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่และเกิดการเรียนรู้ปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ณ แปลงนาศูนย์กสิกรรมธรรมชาติศาสตร์พระราชา โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลเขาพระงาม

ใจรัก วงศ์ใหญ่ ศูนย์ข่าวหนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพ จังหวัดลพบุรี

สโมสรพระราเมศวรลพบุรีร่วมกับคณะทันตแพทย์จังหวัดลพบุรีจัดกิจกรรมจิตอาสางานทันตกรรมเพื่อพ่อครั้งที่ 1 เพื่อน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับแผ่นดินและปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า เนื่องในโอกาสวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563

เมื่อเวลา 10 นาฬิกา ของวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ที่ชั้นสองภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีลพบุรี นางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงานทันตกรรมเพื่อพ่อครั้งที่ 1 ของสโมรสรโรตารี่พระราเมศวรลพบุรี โดยมีนายกวิน ผิวเผื่อน นายกสโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงการจัดกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ ซึ่งมีหน่วยงานที่ร่วมกิจกรรมจิตอาสาคณะทันตแพทย์ และพยาบาลจากโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช โรงพยาบาลท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี มาทำการตรวจรักษาและบริการ เนื่องในโอกาสวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อความเป็นสิริมงคลของประเทศ ประกอบกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นวันชาติ รวมทั้งเป็นวันพ่อแห่งชาติ จึงได้กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์การบริการด้านชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน คนพิการ ผู้สูงอายุ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพปัญหาความยากจนปัญหาการไม่รู้หนังสือ โดยทางสโมสรโรตารี่พระราเมศวรลพบุรีได้จัดหาทุนเพื่อทำกิจกรรมดังกล่าวด้วยความมุ่งมั่นในความเอาใจใส่ในทุกกิจกรรมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดใดทั้งสิ้น
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มช่างตัดผมจิตอาสามาให้บริการในการตัดผมฟรี และรับบริจาคเงินเป็นกองทุนช่วยซับน้ำตาชาวใต้ในการเกิดอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้อีกด้วย

ใจรัก วงศ์ใหญ่ ศูนย์ข่าวหนังสือพิมพ์ 5 เหล่าทัพ จังหวัดลพบุรี

จังหวัดสิงห์บุรี จัดพิธีเปิดพุทธมณฑลวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

วันที่ 4 ธันวาคม 2563 เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หัวหน้ากลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเปิดพุทธมณฑลจังหวัดสิงห์บุรี ณ บริเวณหน้าวัดพระนอนจักร โดยมี นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วยส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรี ได้จัดทำโครงการเปิดพุทธมณฑลจังหวัดสิงห์บุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีและเพื่อประชาสัมพันธ์พุทธมณฑลประจำจังหวัดสิงห์บุรีและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

เนื่องด้วยจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรี ดำเนินการจัดสร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีทางพุทธศาสนา องค์กรทางพุทธศาสนาเปิดโอกาสให้ภาครัฐ และประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างรักษาและพัฒนาให้เป็นพุทธศาสนสถานของส่วนรวมสำหรับประชุมดำเนินกิจกรรมศาสนาอบรมคุณธรรมจริยธรรมเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนในการฟังธรรมปฏิบัติธรรมเป็นสถานที่พักผ่อนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจของประชาชนและเป็นสถานที่พักผ่อนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจของประชาชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสิงห์บุรีในอนาคต โดยได้จัดสร้างในที่สาธารณประโยชน์และที่ดินบริจาคจากคุณสมชาย คุณหญิงสุชาดา ไทยผดุงพานิช จำนวน 7 ไร่เศษ มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาทบริเวณหน้าวัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร หมู่ที่ 2 ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

กชกร พวยไพบูลย์
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสิงห์บุรี