สองพี่น้อง นำทีม มูลนิธิร่วมกตัญญู​ ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครองของเด็กๆก่อนเปิดเทอม

วันที่ 5 มิ.ย.63 : บิณฑ์,เอกพัน บรรลือฤทธิ์ ได้นำทีม จนท.และ อาสาสมัคร มูลนิธิร่วมกตัญญู มาขอใช้พื้นที่ภายในวัด บรมนิวาสราชวรวิหาร เพื่อให้ผู้นำชุมชนนำเด็กๆ​ จากชุมชนวัดบรมนิวาส จำนวน​ 200 คน,ชุมชนนางหงส์​ จำนวน​ 120 คน,ชุมชนชูชีพ​ จำนวน​ 200 คน​ และชุมชนบ้านครัวใต้​ จำนวน​ 70 คนเป็นต้น

โดยมารับเงิน พร้อม นม,ขนม และ หน้ากากอนามัย โดยมีทีมเครื่องดื่ม คอมมานโด​ เอาเครื่องดื่มน้ำผลไม้มาร่วมมอบ ให้กับเด็กๆ ด้วย

เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครองในช่วงวันเปิดเทอม ใหม่ๆ หลังจากที่ต้องเจอกับวิกฤตโควิดมากว่า2-3เดือน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขอีก …

ด้วยความห่วงใยเราจะผ่านทุกวิกฤตไปด้วยกัน..

#Covid19
#มูลนิธิร่วมกตัญญู
#บิณฑ์เอกพันบรรลือฤทธิ์
#เครื่องดื่มคอมมานโด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วัชระเตรียมร้องนายกฯสอบโครงการฉาวเงินหล่นใต้โต๊ะ500ล.

นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ค.63 ที่ผ่านมา ในการสืบพยานปากที่ 13 (ขอสงวนชื่อและนามสกุล)ของจำเลยในคดีที่นายชัชวาลย์ อภิบาลศรี อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช.ได้ฟ้องคดีหมิ่นประมาทเรื่องการทุจริตงบict.ในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จำนวน 8,648 ล้านบาท โดยพยานคนดังกล่าวได้ให้การต่อหน้าศาลอาญาห้อง904 ว่า คณะข้าราชการระดับสูงของสภาฯได้เข้าไปรับนโยบายจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย เนื่องในโอกาสรับตำแหน่งประธานสนช.โดยนายพรเพชรกล่าวถึงโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ว่า “อะไรก็ไม่พร้อมแต่ให้เดินหน้าต่อไป มีเงินหล่นใต้โต๊ะ 500 ล้าน” ซึ่งคำพูดดังกล่าวออกจากปากของผู้ที่มีตำแหน่งเป็นถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จึงน่าเชื่อถือว่าต้องเป็นเรื่องจริง อีกทั้งคำให้การต่อศาลของพยาน ก็ผ่านการสาบานต่อศาลแล้ว จึงต้องเป็นเรื่องจริงเช่นกัน ดังนั้นนายวัชระ จึงเห็นว่า จะปล่อยผ่านให้เงินของแผ่นดินจำนวนมหาศาลที่มาจากภาษีของประชาชนตกหล่นใต้โต๊ะเพื่อประโยชน์ของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มไม่ได้ จึงเตรียมจะยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และสำนักป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช.ให้สอบสวนดำเนินการหาผู้ทุจริตเงินจำนวนดังกล่าวว่ามีจริงหรือไม่ต่อไป

สำหรับโครงการนี้มีวงเงิน 12,280 ล้านบาท ไม่รวมงบict.ที่ลดลงในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทร์โอชาเหลือ 3,351 ล้านบาทจากที่ขอไป 8,648 ล้านบาทในสมัยคสช.

———–