ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานในพิธีเปิดโครงการปศุสัตว์รวมใจกำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า

ศูนย์ข่าวหนังสือพิมพ์5 เหล่าทัพจังหวัดลพบุรี    รายงานว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่4 กรกฎาคม2562 เวลา09.00น.
         นายสุปกิตโพธิ์ปภาพันธ์ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีประธานในพิธีเปิดโครงการปศุสัตว์ร่วมใจกำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้าเพื่อเฉลิมพระเกียรติศาสตราจารย์ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารีภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามประปณิธานศาสตราจารย์ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารีปี2560 – ปี2563 ณหอประชุมเทศบาลเมืองเขาสามยอดอำเภอเมืองลพบุรีจังหวัดลพบุรี
         โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันประสูติศาสตราจารย์ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารีเพื่อควบคุมประชากรสุนัข-แมวในพื้นที่โดยการผ่าตัดทำหมันฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างครอบคลุมทั่วถึงและเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคพิษสุนัขบ้าและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโรคพิษสุนัขบ้าอีกด้วย
ธเนศ  วงศ์ใหญ่        สมชาย  เกตุฉาย          ข่าว/ภาพ  ศูนย์ข่าวหนังสือพิมพ์5 เหล่าทัพจังหวัดลพบุรี
               

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบหนุ่มหื่นหนีคดีลวงเด็กกระทำชำเรา

วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่ 4 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.)  พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพภูริเดชผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัยอยู่เกษผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.)​ และพัน​ตำรวจ​โท​ เจตนิพัทธ์  ศิริวัฒน์สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)
ได้นำกำลังจับกุมตัวนายพชรหรือพงษ์พิทักษ์พิทักษ์ทรายทองอายุ26 ปีตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวกลางที่182/2555 ลง9 ต.ค.55 ในข้อหา​ “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน,พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร,พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร” โดยจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่หน้าบ้านเลขที่551/2 ซ.ลาดพร้าว48 แยก1 แขวงสามเสนนอกเขตห้วยขวางกทม.
        
สืบเนื่องจากจากเมื่อปี2553 นายพชรฯผู้ต้องหารายนี้ขณะนั้นอายุ17 ปีได้คบหากับด.ญ.ดี(นามสมมุติ)​ อายุ13 ปีนักเรียนขั้นม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในย่านบึงกุ่มก่อนจะมีการพามาร่วมหลับนอนที่ห้องพักหลายครั้งต่อเนื่องติดต่อกันจนกระทั่งผู้ปกครองของด.ญ.ดีฯ​ ทราบเรื่องจึงพยายามให้ทั้งคู่เลิกรากันแต่นายพชรฯไม่ยอมเลิกจนช่วงระยะหลังด.ญ.ดีฯเริ่มพยายามตีตัวออกห่างไปคบหากับผู้ชายอื่นจึงทำให้นายพัชรฯ​ เกิดหึงหวงและไม่พอใจตามไปทำร้ายร่างกายด.ญ.ดีฯจนทำให้ผู้ปกครองของด.ญ.ดีฯไม่พอใจจึงนำเรื่องทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายพชรฯกระทั่งมีการออกหมายจับดังกล่าวจนนำไปสู่การจับกุม
         
จากการสอบสวนนายพชรฯให้การปฏิเสธเบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สน.ลาดพร้าวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กอง​ปราบ​ฯ​ รวบสาวใหญ่หลอกลวงเหยื่อเสียเงินนับล้าน​ ว่าสามารถฝากเข้าทำงานการไฟฟ้าได้

วันนี้วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 4 ก.ค.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพภูริเดชผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.) ได้สั่งการให้พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัยอยู่เกษผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.)  และพัน​ตำรวจ​โท​ เจตนิพัทธ์  ศิริวัฒน์  สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)
ได้นำกำลังเข้าจับกุมน.ส.กัญญวัฒน์ทักษิณภาค  อายุ44 ปีอยู่บ้านเลขที่  89/509 ซ.ร่วมมิตรพัฒนาแยก1 แขวงท่าแร้งเขตบางเขนกทม.ตามหมายจับศาลแขวงอุดรธานีที่จ.203/2560 ลงวันที่29 มิ.ย.60 ข้อหา“ฉ้อโกงทรัพย์” โดยจับผู้ต้องหา​ได้ที่หน้าบ้านเลขที่89/481 ถ.สุขาภิบาล5 แขวงท่าแร้งเขตบางเขนกทม.
          
ทั้งนี้เมื่อเดือนกันยายน​ 2559 น.ส.กัญญวัฒน์ฯผู้ต้องหาได้หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวจ.อุดรธานีว่าสามารถฝากเข้าทำงานในการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้แต่ต้องจ่ายค่าดำเนินการจากนั้นได้เรียกเงินจากผู้เสียหายไปเป็นเงินนับล้านบาทหลังจากผู้เสียหายจ่ายเงินให้กลับไม่ได้เข้าทำงานตามที่กล่าวอ้างเมื่อทวงถามก็ถูกบ่ายเบี่ยงก่อนจะคืนให้บางส่วนแต่ยังเหลืออยู่ประมาณ750,000 บาทจึงแจ้งความให้ดำเนินคดีที่สภ.เมืองอุดรธานีกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ​ ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา​ และนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.เมืองอุดรธานีดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป
Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบช.ทท.กวดขันจับกุมรถโดยสารสาธารณะที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนโดยรอบพระบรมมหาราชวัง​ ครั้งที่ 2

วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่4 กรกฎาคม2562 เวลา14.00 น. : พลตำรวจโท​ ธีรพลคุปตานนท์ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(ผบช.ทท.)​ พร้อมด้วยพลตำรวจตรีกฤตธาพลยี่สาครรอง​ผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ท่องเที่ยว​ (รองผบช.ทท.)​,พลตำรวจตรี​ วรพงษ์ทองไพบูลย์ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว1​ กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​ท่องเที่ยว​ (ผบก.1​ บช.ทท.),เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงคราม,เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พระราชวัง,เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด,เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่เทศกิจเขตพระนคร​ ร่วมกันกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการให้บริการของรถโดยสารสาธารณะบริเวณพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวังโดยมีผลการปฏิบัติการที่สำคัญดังนี้
1.จับกุมข้อหาตามพรบ.รถยนต์พ.ศ.2522 จำนวน55 รายข้อหาปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารจำนวน25 รายและอื่นๆจำนวน29 รายไมใช้มาตรมิเตอร์​ จำนวน​ 1​ ราย
2.จับกุมข้อหาตาม​ พรบ.จราจรทางบกพ.ศ.2522 จำนวน9 ราย
3.จับกุมข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญจำนวน17 รายรวมจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด81 ราย
สุรเชษฐ​ศิลา​นนท์​รายงาน
            

กระต่าย ศิวพร นางเอกหนัง “ร่าง ซ่อน แอบ” โร่ร้องกองปราบฯ หลังถูกมือดีโพสต์เฟซด่าทอ

วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่4 ก.ค.62​ เวลา13.30 น.ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) : น.ส.ศิวพรจันทร์ปรุงหรือกระต่ายนางเอกจากภาพยนตร์เรื่อง“ร่างซ่อนแอบ” (WHO? WHY? WHERE?) เดินทางเข้าพบ​ ร้อยตำรวจ​เอก​ ปราโมทย์ศุขศรีไพศาลรองสารวัตร​สอบสวน​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รองสว.สอบสวนกก.1 บก.ป.)​ เพื่อแจ้งความเอาผิดกับบุคคลกลุ่มหนึ่งจำนวนประมาณ6-7 คนในความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และหมิ่นประมาทหลังถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวนำรูปภาพไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊คในเชิงเสียหายจนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การเป็นนักแสดง
น.ส.ศิวพรฯกล่าวว่าในช่วง3-4 วันที่ผ่านมาได้มีบุคคลกลุ่มหนึ่งจำนวนประมาณ6-7 คนนำรูปภาพของตนไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊คพร้อมกับระบุข้อความในเชิงด่าทอต่างๆนานาจนทำให้ตนได้รับความเสียหายซึ่งทันทีที่ทราบเรื่องตนก็ได้พยายามตรวจสอบว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เป็นใครจนมาทราบว่าเป็นอดีตหุ้นส่วนที่เคยร่วมทำธุรกิจขายของออนไลน์กับพี่สาวของตนก่อนจะมามีปัญหาขัดแย้งกันในช่วงหลังเป็นผู้โพสต์แต่ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องนำตนไปเกี่ยวข้องด้วยทั้งๆที่ตนไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหาขัดแย้งกับพวกเค้าเป็นการส่วนตัวด้วยเหตุนี้จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานมาเข้าแจ้งความกับทางกองปราบฯ​ ในวันนี้เพื่อเอาผิดกับบุคคลกลุ่มนี้ตามขั้นตอนของกฎหมายในความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และหมิ่นประมาทเพราะการกระทำของพวกเค้าส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของตนเป็นอย่างมาก
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนกองปราบฯได้รับเรื่องพร้อมกับสอบปากคำน.ส.ศิวพรฯก่อนจะประสานส่งต่อเรื่องดังกล่าวไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) เนื่องจากเป็นการกระทำผิดผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบก.ปอท.
Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​